ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น ความรู้เบื้องต้นก่อนไปประเทศญี่ปุ่น

japan profile image japan

1. ญี่ปุ่นมีสภาพอากาศแตกต่างกันอย่างมาก 4 ฤดู และสวยมากๆทั้ง 4 ฤดู ยกเว้นช่วงฤดูร้อนที่คนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยนิยมไปเที่ยวเท่าไรนัก นอกจากทางภาพเหนืออย่าง Hokkaido เรียกได้ว่าหากไปเที่ยวญี่ปุ่นให้ครบๆ กล่าวกันว่าต้องไปให้ครบทั้ง 4 ฤดูเลยทีเดียว ช่วงที่สวยที่สุดคงจะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ หรือปลายๆฤดูหนาว คือช่วงเดือนเมษายน ที่ดอกซากุระกำลังออกดอกทั่วประเทศ ทั้งนักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นเองต่างก็รอคอยช่วงเทศกาลชมดอกซากุระกันทั้นนั้น ดอกซากุระจานบานเต็มที่อยู่ราวๆ 2 อาทิตย์โดยประมาณ อยู่ในช่วงต้นเดือนเมษายน ที่จะอากาศเริ่มจะอบอุ่นขึ้นบ้างแล้ว ส่วนอีกฤดูที่สวยงามไม่แพ้กันคือฤดูใบไม้ร่วง ช่วงกลางๆเดือนพฤศจิกายน ต้นไม้ส่วนใหญ่จะกลายเป็นสีแดง ส้ม เหลืองสลับๆกัน เกิดเป็นภาพวิวที่สวยงามยังกะในภาพวาดเลยทีเดียว แนะนำให้ไปจังหวัดเกียวโต เราจะได้เห็นภาพของใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามที่สุด

2. ฤดูหนาวที่ญี่ปุ่นเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษจิกายน อุณหภูมิราวๆ 10-15c ไปจนถึงช่วงหนาวสุดๆคือช่วงปีใหม่ถึงกลางเดือนมกราคม อาจจะหนาวถึง 0-5 องศา และติดลบในภาคเหนือของญี่ปุ่น และจะเริ่มอุ่นขึ้นราวๆเดือนมีนาคมจนถึงเดือนพฤษภาคม จากนั้นจึงจะเข้าสู่ช่วงหน้าร้อน ซึ่งช่วงร้อนสุดของญี่ปุ่น จะอยู่ราวๆเดือน ก.ค. ถึง ส.ค. ซึ่งบางวันอาจจะมีอุณหภูมิสูงกว่า 30 องศาเลยทีเดียว ร้อนพอๆกับบ้านเราเลย

3. ช่วงฤดูหนาวของญี่ปุ่นนั้นจะหนาวมากๆ หากไปเที่ยวควรจะติดถุงมือถุงเท้าหน้าๆ หมวกไหมพรม และที่ครอบหูกันลมเผื่อไปด้วย เสื้อกันหนาวควรจะเป็นแบบหนาที่สุด และใส่เสื้อข้างในสัก 2 ชั้น

4. ที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ฝนจะตกแทบทั้งปี อากาศเปลี่ยนแปลงเร็วมากๆในแต่ละวัน บางวัน เช้าแดดออก บ่ายฝนตกก็มีบ่อยไป แนะนำให้ดูพยากรณ์อากาศบ่อยๆ เพราะพยากรณ์อากาศของญี่ปุ่นนั้นแม่นยำมากๆ แม่นยำในระดับชั่วโมงกันเลยทีเดียว


ความคิดเห็น
japan profile image japan
เรื่องอาหารการกินของคนญี่ปุ่น

คนญี่ปุ่นเองนั้นนิยมรับประทานอาหารไม่เหมือนกันในแต่ละภาค

อาหารยอดนิยมส่วนใหญ่นั้นไม่ได้มีแต่ปลาดิบเพียงอย่างเดียว แต่คนญี่ปุ่นยังนิยมกิน ราเมง อูด้ง ข้าวกล่อง ข้าวหน้าต่างๆ ข้าวหน้าหมูทอดแกงกะหรี่ ข้าวหน้าเนื้อ หม้อไฟต่างๆ (คนญี่ปุ่นจะเรียก นาเบะ) อย่างเช่นปูยักษ์หม้อไฟของ Osaka ที่ขึ้นชื่อ พวกของทอดต่างๆ ของทอดเสียบไม้ (คูชิคัทซึ) ซึ่งคนญี่ปุ่นเองเค้าก็จะนิยมกินกันแทบทุกอย่าง ไม่ใช่แค่ปลาดิบเป็นส่วนใหญ่อย่างที่เข้าใจกัน

อย่างคนในแถบภาคกลางอย่างโตเกียวไปจนถึงภาคเหนือฮอกไกโด จะนิยมกิน ปลาดิบ ซูชิ หอยต่างๆ ราเมง เป็นส่วนใหญ่ ร้านซูชิจะหาได้ง่ายมาก เนื่องจากมีตลาดค้าปลาที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่โตเกียว แม้กระทั่งปลาดิบที่นิยมกินก็ยังแตกต่างกันในแต่ละภาคอีกด้วย อย่างในโตเกียวจะนิยมปลาทูน่า หรือพวกโทโร่อย่างโอโทโร่ แต่ในภาคเหนือแถบ Hokkaido นั้นจะนิยมกินปลาดิบประเภทหอยต่างๆ เช่นหอยอาวาบิ (หอยเป๋าฮื้อ) หอยเม่น หอยโฮตาเตะ เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งปลาดิบนั้นจะเน้นที่ความสดใหม่ของวัตถุดิบเป็นสิ่งสำคัญ เค้าก็เลยจะเน้นกินปลาที่มีมากในแต่ละเขตนั้นเอง 

ส่วนคนแถบคันไซ หรือโอซาก้า นารา เกียวโต จะไม่ค่อยนิยมกินปลาดิบเท่าไร แต่จะชอบกินอาการปรุงสุกแล้วมากกว่า เช่น ของทอดอย่างคูชิคัทซิ กุ้งเทมปุระ ข้าวกล่องเบนโตหน้าต่างๆ ข้าวหน้าปลาไหล ข้าวหน้าแกงกะหรี่ ขาปูยักษ์ ปลาปักเป้า และราเมงกับอูด้ง ร้านซูชิจะหาได้ยากกว่าแถบคันโต


ร้านอาหารริมทางรถไฟ หรือตามสถานีรถไฟนั้น ถ้าในเขตเมืองใหญ่ๆอย่างในโตเกียวและโอซาก้านั้น จะมีร้านอาหารแบบรีบกินรีบไปเยอะมากๆ ลักษณะคือจะมีที่นั่งแคบๆเหมาะสำหรับกินคนเดียวหรือสองคนซะส่วนใหญ่ ถ้ายิ่งเป็นโตเกียวแล้ว ร้านแบบยืนกิน ร้านที่ต้องยอดเหรียญสั่งเมนูจากตู้กด ร้านที่ไม่มีที่นั่งจะมีให้เห็นเยอะเลยตามสถานีใหญ่ๆอย่าง Shinjuku, Shibuya, Ikebuguro แต่พอออกไปนอกเมืองแล้ว ร้านพวกนี้จะไม่ค่อยมีมากนัก

หากเป็นนักท่องเที่ยวที่พูดภาษาญี่ปุ่นไม่ค่อยได้แล้ว การไปเที่ยวนอกเมืองนั้นจะค่อนข้างลำบากเวลาเข้าร้านอาหาร เนื่องจากบางร้านไม่มีเมนูภาษาอังกฤษเลย ยกเว้นแต่ร้านดังๆเท่านั้น

ร้านอาหารที่เป็นเมนูคอร์สหรือแบบรองรับลูกค้าที่มาหลายๆคนนั้น จะราคาแพงกว่ามาก ตกมื้อละราวๆ 6,000-15,000 เยนต่อคนโดยเฉลี่ย ส่วนมากจะเป็นพวกร้านอาหารประเภทหม้อไฟ (นาเบะ) ปิ้งย่าง อย่างร้านเนื้อโกเบ มัตซิซากะเป็นต้น ร้านที่เป็นแนวภัตตราคารพวกนี้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีร้านที่เป็นร้านปลาดิบเท่าไรนัก บางร้านก็อาจจะมีซูชิให้กินบ้าง แต่จะสู้ร้านซูชิอย่างเดียวเลยไม่ค่อยได้ในเรื่องความสดและความอร่อย

japan profile image japan
ร้านอาหารที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะแบ่งเป็นร้านที่ขายอาหารแต่ละประเภทไปเลย อย่างร้านซูชิก็จะมีแต่ซูชิอย่างเดียว ร้านราเมง ร้านอูด้ง ร้านข้าวหน้าต่างๆ หากเวลาที่ไปกันเเป็นหมู่คณะแล้ว จะเลือกเข้าร้านใหนก็ต้องตกลงกันให้ดี เพราะว่าจะต้องกินเหมือนๆกันหมด หากมีคนที่ไม่ชอบหรือกินอาหารบางประเภทไม่ได้ก็อาจจะทำให้ลำบากเวลาเลือกเข้าร้านอาหารได้

ไม่เหมือนกับบ้านเรานะ ร้านแบบฟูจิ ZEN พวกนี้มีน้อยมากๆหรือแทบไม่มีเลยในบางย่าน เพราะคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เค้าไม่ค่อยนิยมออกไปกินกันเป็นครอบครัวเท่าไรนักเหมือนบ้านเรา ร้านที่มีในบ้านเราเท่าที่เห็นคือร้านโอโตย่า (Ootoya) ซึ่งมีให้เห็นเยอะพอสมควรในโตเกียว เมนูจะคล้ายๆกับในบ้านเรา

ส่วนพวก fast food นั้นเท่าที่เห็นจะมีแต่ McDonald เยอะสุด กับ Burger King รองลงมา

japan profile image japan
สำหรับคนที่นิยมทานปลาดิบแล้ว แนะนำว่าให้ไปแถบคันโตหรือให้เจาะจงไปเลยก็คือโตเกียว เพราะร้านปลาดิบหรือร้านซูชิจะเยอะมากๆ มีตั้งแต่ราคาถูกไปจนถึงแพงให้เลือกตามอัธยาศัย ความอร่อยก็แตกต่างกันพอสมควร

ผมเคยไปกินซูชิสายพานบางร้าน ราคาค่อนข้างถูก แต่รสชาติก็ถูกตามไปด้วย ปลาดิบบางอย่างยังสู้บ้านเราไม่ได้ก็มี อย่าคิดว่าร้านใหนๆก็จะอร่อยนะครับ แนะนำให้ไปกินร้านดังๆ หรือดูร้านที่มีคนต่อคิวเยอะๆ ส่วนใหญ่จะอร่อยหรือไม่ก็ราคาถูก สำหรับคนเน้นปริมาณครับ

ร้านซูชิที่อร่อยๆจริงนั้น แนะนำให้ไปกินแถวตลาดซึกิจิในช่วงสายๆ เพราะปลาจะสดมากๆ เรียกได้ว่าเพิ่งลงจากเรือกันเลยทีเดียว ร้านแถวตลาดปลาซึกิจิมีให้เลือกมากมายตั้งแต่ร้านชื่อดังที่ต้องรอคิวกันเป็นชั่วโมง (แต่ก็อร่อยสมกับการรอคอย) ไปจนถึงร้านที่ไม่ค่อยมีลูกค้ามากนัก แต่รสชาติก็ยังพอใช้ได้ เพราะเน้นที่ความสดใหม่ของวัตถุดิบอยู่แล้ว เอาเป็นว่าถ้าไปตลาดปลาซึกิจิแล้วไม่อยากเข้าร้านที่ต้องรอคิวนานๆ ก็หลับตาเข้าร้านใหนไปก็ได้ครับ อย่างน้อยๆก็ยังอร่อยกว่าร้านข้างนอกแน่นอน

หากใครชอบทานปลาดิบอย่างจริงจังแล้วอาจจะผิดหวังเมื่อเดินทางไปเที่ยวแถบคันไซหรือทางตะวันตกของญี่ปุ่น เนื่องจากคนแถบนี้จะไม่ค่อยนิยมกินปลาดิบกันเท่าไร ร้านซูชิที่มีก็รสชาติสู้ร้านในโตเกียวไม่ได้เลย
japan profile image japan
มารยาทในสังคมญี่ปุ่น

คนญี่ปุ่นจะไม่ค่อยนิยมพูดโทรศัพท์ในที่สาธารณะอย่างในรถไฟฟ้า รถไฟชินคังเซน ร้านอาหาร เค้าจะถือเรื่องการให้เกีรยติคนอื่นค่อนข้างมาก แม้แต่คุยกันเองกับเพื่อนฝูงก็ยังคุยกันเบาๆด้วยซ้ำ ยกเว้นแถบชานเมืองหรือบริเวณใกล้ๆกับโรงเรียนที่อาจจะมีเสียงเจี้ยวจ้าวบางนิดหน่อย แต่ก็ยังไม่เท่าบ้านเรานะ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ถ้าจะมีคุยกันบ้างนิดหน่อยก็เค้าก็คงไม่ว่าอะไร แต่อย่าให้ดังมากนักก็พอ

คนญี่ปุ่นเวลาขึ้นบันไดเลื่อนจะต้องยืนชิดด้านใดด้านนึง เพื่อให้อีกด้านนึงสำหรับคนที่รีบเดินผ่านไปได้ หากเป็นโตเกียวจะยืนชิดซ้าย ส่วนโอซาก้าจะยืนชิดขวา แปลกดีนะ ยืนสลับกัน

ในรถไฟฟ้าบางสายจะที่นั่งสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ แยกไว้ต่างหาก อย่าเผลอไปนั่งเชียวนะ อาจจะโดนประนามได้ ถ้าเป็นในแถบคันไซหรือโอซาก้า รถไฟบางสายจะมีตู้สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะด้วย เค้าจะเขียนไว้ว่า Women Only และมีสีชมภูที่ตัวตู้ อย่าเผลอขึ้นผิดล่ะ

คนญี่ปุ่นเวลากินบะหมี่อย่างราเมงหรืออูด้ง เค้าจะซดเสียงดังๆ และยกถ้วยขึ้นซดน้ำซุปเลย เค้าถือว่าเป็นแสดงออกว่าอร่อย ไม่เหมือนคนไทยจะกินเบาๆ ฉนั้นเวลาไปญี่ปุ่นก็เต็มที่ได้เลยครับ ไม่มีใครหันมามองเราเวลาซดน้ำดังๆแน่นอน

ที่ญี่ปุ่นเค้าจะไม่มีการต่อราคากัน ยกเว้นพวกของมือสอง หรือในตลาดสดที่ซื้อทีละเยอะๆเท่านั้น ของฝากของที่ระลึกต่างๆตามสถานที่ท่องเที่ยวไม่สามารถต่อราคาได้ และก็ไม่ควรลองด้วยนะครับ อาจจะโดนด่าเป็นภาษาญี่ปุ่นได้ ร้านค้าส่วนใหญ่จะติดป้ายราคาสินค้าไว้อย่างชัดเจนทุกร้าน แทบไม่ต้องเดินเข้าไปถามว่าอันนี้เท่าไร อันนั้นเท่าไร


คนญี่ปุ่นไม่นิยมให้ทิปกัน เนื่องจากเค้าถือว่า เค้าต้องทำงานให้ดีที่สุดอยู่แล้วตามค่าจ้างที่เค้าได้รับ ไม่เหมาะสมที่จะได้รับเงินเพิ่มจากลูกค้า 



guest profile image guest
อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นจุงเบย
vickz profile image vickz
เรื่องให้ทิบนี่เคยเหมือนกัน  เค้าวิ่งเอามาคืนให้เลย หน้าแหกมากมาย 
กันเอง profile image กันเอง
อาหารดี ๆ และดีต่อสุขภาพ อร่อย น่าลองมากนะที่ญี่ปุ่น
ประกาศล่าสุดในบอร์ดเดียวกัน
5 ปีที่ผ่านมา
japan Icon รีวิวโรงแรม Shinjuku Sunroute Plaza Hotel 13 อ่าน 75,332 6 ปีที่ผ่านมา
6 ปีที่ผ่านมา