ระวัง**บุคคลแอบอ้าง



ตอนนี้ได้มีคนเอาชื่อชัชวาล ไปแอบอ้าง***

พี่ชัช ชัชวาล ใช้เบอร์นี้เท่านั้นนะครับ 0841730238

**ถ้าไม่ใช่เบอร์นี้ กรุณาอย่าได้หลงเชื่อนะครับ**

ชัชวาล พาณิชย์กุล

ระวัง**บุคคลแอบอ้าง

โดนหลอกแน่นอน!! ห้ามโอนเงินให้กับผู้ที่แอบอ้างขอเก็บดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมก่อน หรือเป็นค่าดอกเบี้ยงวดแรก หรือค่าประกันต่างๆ เพราะเป็นมิจฉาชีพที่แอบอ้าง หากท่านได้ทำการโอนเงินไปก่อน โปรดเตรียมใจเอาไว้เลยว่าถูกหลอกแน่นอนครับ
ความคิดเห็น
สอบถามผ่านทางเว็บบอร์ดนี้ได้เลยนะครับ

เรียนอยู่พระจอมเกล้าธนบุรีปี4
ต้องการใช้เงินตอนนี้30000บาท
ผ่อนเป็นรายเดือน+ดอก
รับเงินทางบ้านประมาณเดือนละ9000บาท ทุกต้นเดือน
ผมเดือนร้อนจริงครับตอนนี้
พร้อมทำสัญญาได้ที่พักผมหรือตามสะดวกครับ
ยังไงพิจารณาด้วยนะครับ
0871793474 ครับ anocha_ta@hotmail.com
เรียนอยู่พระจอมเกล้าธนบุรีปี4
ต้องการใช้เงินตอนนี้30000บาท
ผ่อนเป็นรายเดือน+ดอก
รับเงินทางบ้านประมาณเดือนละ9000บาท ทุกต้นเดือน
ผมเดือนร้อนจริงครับตอนนี้
พร้อมทำสัญญาได้ที่พักผมหรือตามสะดวกครับ
ยังไงพิจารณาด้วยนะครับ
0871793474 ครับ anocha_ta@hotmail.com
อ้างอิง จาก pass11forcash เมื่อ 4/9/2553 2:33:00

สอบถามผ่านทางเว็บบอร์ดนี้ได้เลยนะครับ

พี่ชัช ให้ติดต่อที่เบอร์นี้เบอร์เดียว แล้วทำไมพี่ชัชไม่รับโทรศัพท์หล่ะคะ น้องโทรหาตั้งแต่เช้า นัดน้องตอน 8.30 น. เนี่ยจะเที่ยงแล้วอ่ะ โทรศัพท์พี่ก้อไม่รับ แล้วบอกว่าเป็นของบริษัท รับได้อย่างเดียว โทรออกไม่ได้ สรุปเรื่องของน้องเป็นอย่างไงค่ะพี่ (เนี่ยน้องต้องไปยืมเงินค่าน้ำมันจากคนอื่นมานะคะ) เห็นใจน้องเหอะค่ะพี่ คราวที่แล้วพี่นัดน้องแล้ว เปลี่ยนเบอร์ก้อไม่ได้แจ้งทีแล้ว ก้อมาหา ไม่รู้จะต้องมาอีกกี่ครั้งค่ะ
ตกลงคุณชัชใช้เบอร์นี้จริงหรอคะโทรไปปิดเครื่องน่ะ ตอนนี้ดิฉันเดือดร้อนจริง ๆ ติดต่อไม่ได้เลย
ส่งเมลล์ก็ไม่ตอบกลับค่ะ ตกลงจริงหรือหลอกคะ
ตกลงพี่ชัชจะโอนเงินคืนหมูไหมบอกบ่ายโมงวันนี้ทำไหมไม่มีตกลงจะคืนไหมค่ะโทรไปก็ปิดเครื่องติดต่อกลับด่วน0879541323
คุณชัชวาล ไหนบอกว่าถ้าหลักฐานไม่ผ่าน จะคืนเงินที่คุณให้ผมโอนให้คุณก่อน 3000 บาท ให้ตอนนี้รอมา5วันแล้ว ถ้าอีก3วันไม่ได้ จะไปแจ้งความดำเนินคดีและเรียกร้องค่าเสียหายให้ถึงที่สุด

081-147-9476
คุณชัชวาล ไหนบอกว่าถ้าหลักฐานไม่ผ่าน จะคืนเงินที่คุณให้ผมโอนให้คุณก่อน 3000 บาทให้ ตอนนี้รอมา5วันแล้ว ถ้าอีก3วันไม่ได้ จะไปแจ้งความดำเนินคดีและเรียกร้องค่าเสียหายให้ถึงที่สุด

081-147-9476
ใครที่ถูกหลอกผมขอแนะนำดังนี้น่ะครับ คุณโอนเงินเข้าบัญชีเขาให้เก็บใบสลิปที่โอนไว้แล้วให้ไปติดต่อกับธนาคารสาขาที่โอน โดยบอกกับธนาคารว่าโอนเงินไปซื้อของแล้วเขาไม่ส่งของให้ครับ ขอธนาคารให้บอกชื่อที่อยู่และอายุรวมทั้งเบอร์โทรที่เขาให้ไว้กับธนาคาร พอได้เบอร์โทรแล้วให้คุณโทรติดต่อกับเขา เจรจากับเขาว่าเราได้ชื่อที่อยู่อายุ ของเขามาหมดแล้ว ขอให้คืนเงินให้ด้วย ถ้าเขาไม่คืนก้อบอกเขาว่าคุณจะไปแจ้งความดำเนินคดีอาญากับเขาในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ผู้อื่น มีโทษจำคุก 3 ปีและปรับ 6,000 บาท ถ้าตำรวจออกหมายจับไม่ว่าเขาอยู่ที่ไหน เจอที่ไหนจับเขาได้ทันที และในทางแพ่งคุณจะไปฟ้องศาลที่ศาลแขวงจังหวัดที่เกิดเหตุฟ้องร้องเรียกเงินคืนพร้อมดอกเบี้ย,ค่าเสียเวลา,ค่าขี้นศาลและค่าบังคับคดี บอกเขาว่าเขาต้องเสียเงินไม่น้อยในการที่เขาไม่คืนเงินให้ ถ้าศาลสั่งให้เขาแพ้ดดี(ความเป็นจริงเขาแพ้คดีแน่นอนอยู่แล้ว) อันดับแรกคุณควรติดต่อเขาให้ได้น่ะครับทั้งทางโทรศัพท์และทั้งทางจดหมายไปรษณีย์เพราะพวกนี้จะเป็นหลักฐานที่จะใช้เล่นงานเขาทั้งนั้นครับ
มึงบอกเบอร์นี้เบอร์มึงแต่ไมมึงไม่รับสายวะ แล้วเงินของกูจะโอนคืนหรือไม่ ถ้าไม่เจอกูแน่ คุณชัชวาล พาณิชย์กุล ไอ้ลู...กระหรี่ มึงไม่กลัวบิดาที่ตายไปแล้วของมึงร้องไห้หรือไงวะ
ไอ้เหี้ยชัช ขอให้แม่มึงเมียมึงลูกสาวมึงโดนข่มขืน ลูกชายมึงก็โดนด้วยเหมือนกันทางรู..วารไง
**ขายเบอร์เงินกู้ครับ
**มี2เบอร์ขาย300บาท
**รับเฉพาะกทมและปริมณฑลนะครับ
****ติดต่อ088-6138554**ต้อมครับ***
เดือดร้อนนะถ้าไม่เดือดร้อนอย่าโทรมากวนผมทำงานครับ
**ต้องมีคนค้ำนะ**เขาปล่อยกู้แน่นอน***
**ขายเบอร์เงินกู้ครับ
**มี2เบอร์ขาย300บาท
**รับเฉพาะกทมและปริมณฑลนะครับ
****ติดต่อ088-6138554**ต้อมครับ***
เดือดร้อนนะถ้าไม่เดือดร้อนอย่าโทรมากวนผมทำงานครับ
**ต้องมีคนค้ำนะ**เขาปล่อยกู้แน่นอน***

ให้บริการเงินกู้นอกระบบ

 

 

ให้บริการเงินกู้นอกระบบ ติดแบล็คลิสก็ยื่นเรื่องได้ ไม่ได้ดาวน์มอเตอร์ไซค์ ไม่ใช่ผ่อนสินค้า
สำหรับน้องๆนักศึกษาก็สามารถยื่นเรื่องได้ถ้ามีStatement รายได้จากทางบ้านที่ส่งมาให้ทุกเดื่อนก็สามารถยื่นเรื่องได้เช่นกัน
สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์ 0841467254 (8.30-22.00) ไม่รับเอกสารทางแฟกซ์หรือทางอีเมล
ไม่มีการโอนเงินก่อน ไม่ใช่ผ่อนของ ไม่ดาวน์มอเตอร์ไซค์**  

เงินด่วน เงินกู้นอกระบบ ร้อยละ5
สินเชื่อนอกระบบ อนุมัติ 1วัน ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คสถานะทางการเงินให้วงเงินสูงที่สุดในวงการ รับเงิน 100เปอร์เซ็น
กู้ที่อื่นไม่ผ่าน ติดปัญหา หาทางออกไม่ได้ เราบริการด้วยประสบการณ์มากกว่า 5ปี
สำหรับท่านที่มีรายได้ 6,000 บาทขึ้นไป ไม่ต้องโอนเงินล่วงหน้า ไม่ต้องดาวมอ ไซ ร์ ไม่มีค่าจอง ไม่ต้องซื้อสิ้นค้า
เจ้าของกิจการเราให้วงเงินสูงที่สุดในวงการเงื่อนไขไม่ยุ่งยาก เอกสารครบ กู้ได้ 100 เปอร์เซ็น
สำหรับท่านเจ้าของกิจการ เรารับจำนองบ้านและที่ดิน ที่ไม่ติดแบงค์ ตี 40 เปอร์เซ็นจากยอดขาย 3 วันรับเงิน

เอกสารที่ใช้มีดังต่อไปนี้
1.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
2.สำเนาทะเบียนบ้าน
3.สลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน
4.สำเนาบัญชีย้อนหลัง 3-6 เดือน
5.ใบจดทะเบียนการค้า
ติดต่อ ดรุณี083-2604383  danee-rich@hotmail.com  ติดต่อวันและเวลาทำการนะคะ

ตกลง คือ ทำนาบนหลังคน เหรอครับ
ขายเบอร์นายทุนค่ะต้องการซื้อติดต่อได้ค่ะ argon2arm@yahoo.com มีจริงค่ะไม่หลอกลวงค่ะตั้งใจช่วยคนเดือดร้อนค่ะ เพราะเคยเดือดร้อนมาก่อน
ต้องการกู้เงินด่วนพี่ชัชกรุณาติดต่อกลับด่วน 0882435661เอ็มค่ะ
บ้าป่าววะแม่งชอบหลอก แม่งลองมาเดือดร้อนจิงๆดิ โทไปก็ไม่ติด
เบื่อจิงๆ ไอพวกสร้างภาพ
ตอนนี้เดือนร้อนมาก ต้องการกู้เงิน 30000 บาท มีใบรับรองเงินเดือน มีที่อยู่แน่นอน ต้องการด่วนติดต่อกลับด้วยค่ะ 081-8437283  เปิ้ลค่ะ อยู่กทม.

*** ไม่มีเงินโอนก่อน และถ้าหลอกกันไม่ต้องโทรกลับนะคะเพราะเดือนร้อนจริงๆ***

ว่าจะโทรไปเหมื่อนกันนะเนี่ยแต่คิดอีกทีกลัวโดนหลอกน่ากลัวจริงนะ

ทำไมทำกันแบบนี้ค่ะ คนไทยเหมือนกัน ไม่น่ามาหลอกกันเรย คนเค้าเดือดร้อนอยู่แร้วแท้ๆ ไม่กลัวบาปกรรมกันรึไง วันนี้คุณไม่รู้สึก  แต่ซักวันกรรมมันจะตามทัน คุณไม่เจอ ลูกคุณ พ่อแม่คุณ ครอบครัวคุณ ก้อต้องเจอ หรือว่าคุณไม่มีคนที่คุณรักเลยรึไงค่ะ

ถ้าคุณไม่มีเงินให้เค้ากู้แร้วจะเอามาลงทำไมค่ะว่ากู้ได้ คุณได้เงินมาจากใครก้อเอาไปคืนเค้าเถอะค่ะ ถ้าเค้าไม่เดือดร้อน เค้าไม่มากู้ให้เป็นหนี้หรอกค่ะ เปลี่ยนวิธีหาเงินเถอะค่ะ ทำอาชีพสุจริตซะเถอะ เริ่มต้นใหม่วันนี้มันก้อไม่สายนักหรอกค่ะ

ลดความเห็นแก่ตัวของพวกคุณลงบ้าง ความเห็นแก่ตัวทั้งโลกคงไม่ลดลงเท่าไรหรอกค่ะและ คุณคงไม่ขาดใจตายหรอกค่ะ

นึกถึงคนที่คุณรักบ้างก่อนคุณจะทำอะไรผิดหรือทำให้คนอื่นเดือดร้อน ยังไงเราก้อคนไทยด้วยกัน เกิดมาบนแผ่นดินเดียวกัน มีพ่อคนเดียวกัน เลิกเถอะค่ะ แผ่นดินไทยจะได้สูงขึ้น คิดว่าทำความดีเพื่อในหลวงของเราก้อได้ค่ะ

อย่าทำให้คนอื่นเค้าเดือดร้อนไปมากกว่านี้เรย  

ดิฉันก้อเป็นคนนึงที่เคยโดนหลอก ตอนนี้กำลังหาทางตามตัวอยู่ค่ะ ใครที่เคยโอนเงินให้คุณ สิทธิพล เชี่ยวชาญปฏิบัติ จะบอกว่าเค้ามีเพื่อนร่วมขบวนการน๊ค่ะ เคยโทรไปอีกเบอร์ เสียงเหมือนกันมากค่ะ แต่เค้าให้โอนไปอีกบัญชี เป็นชื่อผู้หญิงค่ะ

***ใครที่เคยโดนหลอกให้โอนเงิน เอาใบเสร็จที่โอนเงินไปยื่นกับธนาคารแร้วขอข้อมูลเค้ามาน๊ค่ะ แร้วก้อโทตาม สงจดหมาย หรือแจ้งความ ทำทุกวิธีเรยก้อดีค่ะ และช่วยกันนำเลขที่บัญชี ชื่อจริงในใบโอนเงิน เบอร์โทรศัพท์ มาโพสบอกเพื่อนๆกันด้วยน๊ค่ะ ส่วนคนที่จะโอนเงิน ลองเอาเลขที่บัญชี ชื่อนามสกุลจริง เบอร์โทรศัพท์ เซิสหาใน google ก่อนนะค่ะ จะได้รู้ประวัติค่ะ

 

นี่เป็นเลขบัญชีพวกหลอกลวงค่ะ

262930882 , 332738674 , 432046682 , 492913278 , 562338774 , 582902178 , 582985022 , 732466401 , 812626493 , 842912458 , 842920019 , 942275155 , 952245912 , 1102043934 , 1562408033 , 1682393978 , 2182759654 , 2222263754 , 2340518683 , 2502571055 , 2502616415 , 3032411869 , 3912593990 , 3912655805 , 3992717792 , 4022519994 , 4142243887 , 4182377738 , 4332208239 , 4752977211 , 4772305929 , 4792441853 , 6012028499 , 6222020768 , 6332022316 , 6382018468 , 7042280520 , 7112780305 , 7202348542 , 7222191607 , 7262850158 , 7302446622 , 7322660434 , 7432876610 , 7442307223 , 7482403683 , 7492251296 , 7582362461 , 7712011801 , 7902035944 , 7992781569   0260498704, 50081462 , 80019086 , 110108172 , 130261167 , 160064515 , 210152807 , 230012775 , 300190949 , 330416496 , 330427469 , 0350117644  , 460119381 , 470000910 , 610409351 , 610428286 , 660229410 , 700207780 , 760148932 , 780695623 , 850201104 , 870173960 , 880452115 , 880482385 , 900375783 , 950111559 , 950252676 , 1017116839 , 1064830704 , 1150947610 , 1234320735 , 1234396677 , 1274770666 , 1324616992 , 1384236913 , 1455250207 , 1464010618 , 1551114143 , 1565137096 , 1590951255 , 1594046920 , 1615421060 , 1615603113 , 1714107321 , 1764480263 , 1764654685 , 1808312720 , 1814114698 , 1850955145 , 1874186867 , 1891516846 , 1894258167 , 1914178601 , 2034128849 , 2200397376 , 2330367737 , 2340420914 , 2344270083 , 2350584575 , 2350692840 , 2524339237 , 2605485487 , 2644409316 , 2652006470 , 2764106361 , 3500461938 , 3904370479 , 3904434143 , 4124248867 , 4230587455 , 4200988543 , 4244035277 , 4240903981 , 4290631177 , 4690772852 , 4970485548 , 5040687765 , 5040690140 , 5360216443 , 5530168474 , 5760050749

  ก่อนกู้ ก่อนโอนเงิน โปรดอ่าน 

  ผู้ที่จะกู้เงิน และ เคยโดนหลอกให้โอนไป อ่าน!!!! 

***ใครที่เคยโดนหลอกให้โอนเงิน เอาใบเสร็จที่โอนเงินไปยื่นกับธนาคารแร้วขอข้อมูลเค้ามาน๊ค่ะ แร้วก้อโทตาม สงจดหมาย หรือแจ้งความ ทำทุกวิธีเรยก้อดีค่ะ

และช่วยกันนำเลขที่บัญชี ชื่อจริงในใบโอนเงิน เบอร์โทรศัพท์ มาโพสบอกเพื่อนๆกันด้วยน๊ค่ะ ส่วนคนที่จะโอนเงิน ลองเอาเลขที่บัญชี ชื่อนามสกุลจริง

เบอร์โทรศัพท์ เซิสหาใน google ก่อนนะค่ะ จะได้รู้ประวัติค่ะ

**เวลาเค้าให้โอนเงินเข้าบัญชี ถามชื่อจริงด้วย แล้วเอามาหาในกูเกิ้ลดู ทั้งชื่อจริง นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ เลขที่บัญชี**

ช่วยๆกันน๊ค่ะ ใครที่โดนหลอก ช่วยกันเอาชื่อ-นามสกุล เบอร์โทร เลขที่บัญชี มาโพสกันเยอะๆค่ะ

อย่าโอนเงินให้บุคคลเหล่านี้

- สิทธิพล เชี่ยวชาญปฏิบัติ และ ฐิติมา ชัยเจริญทองทวี สองคนนี้พวกเดียวกัน

และมีคนอื่นอีกค่ะ แต่ไม่รุชื่อ ใครรู้ชื่อพวกเห็นแกตัว เหล่านี้ ช่วยมาบอกต่อๆกันน๊ค่ะ

 

*** พวกที่โพสข้อมูลไร้สาระยาวๆ คือพวกที่ต้องการให้โพสของเราไปอยู่หน้าอื่นค่ะ

พวกนี้เป็นพวกมิฉฉาชีพ ต้มตุ๋น หลอกลวงคนที่กำลังเดือดร้อน ใครเคยโดนโกงไปแจ้งความไว้นะค่ะ เพื่อเป็นหลังฐานให้แก่ตำรวจ

ในนี้โกงเกือบหมดแหละค่ะ ให้จริงๆมีน้อย ก่อนโอนดูด้วยนะค่ะ คนที่เค้าให้กู้จริงๆ เค้าไม่โฆษณามากขนาดนี้หรอกค่ะ โปรดใช้วิจรณญาณด้วยค่ะ

**รบกวนผู้โพส ถ้าท่านโพสข้อความไร้สาระไม่มีความหมายยาวๆ นั่นคือท่านเป็นพวกต้มตุ๋นหลอกลวงที่ร้อนตัวและพยายามที่จะทำให้โพสเตือนต่างๆย้ายไปอยู่หน้าอื่น

และขอรบกวนท่านที่โพสข้อความที่ไม่ได้เกี่ยวกับงินกู้รบกวนท่านไปโพสที่กระทู้อื่นเพราะกระทู้นี้เกี่ยวกับงินกู้ ถ้าท่านยังโพสอยู่นั่นหมายความว่า

ท่านคือพวกมิฉฉาชีพ นักต้มตุ๋นหลอกลวงเช่นเดียวกัน  และอยากให้ทุกคนสังเกตไว้ว่า

ข้อความไร้สาระยาวๆหรือข้อความยาวๆที่ไม่ใช่เงินกู้ มีมากเท่าไร พวกต้มตุ๋นก้อมามากเท่านั้น หรือมากกว่านั้น  

และดิฉันจะไม่หยุดโพสหรือติดตามหาตัว คุณสิทธิพล เชี่ยวชาญปฏิบัติ จนกว่าคุณจะออกมารับผิดชอบและนำเงินมาคืนดิฉัน

ถ้าไม่อยากให้มีจดหมายหรือหมายศาลส่งถึงบ้านคุณ กรุณาติดต่อที่เมลล์ ov-vo@hotmail.co.th ถ้าไม่อย่างนั้นคุณจะไม่มีวันได้อยู่เป็นสุขแน่นอน

คนที่เคยโดนหลอกให้โอนเงินก้อติดต่อมาน๊ค่ะ เก็บหลักฐานการโอนไว้ด้วย ดิฉันจะรวบรวมชื่อผู้เสียหายค่ะ

ติดต่อมาที่ ov-vo@hotmail.co.th ค่ะ ดิฉันจะไม่ให้เบอร์เพราะอาจโดนข่มขู่ได้

 

ใครบอกว่าเคยกู้ที่ไหนแร้วได้ อย่าเชื่อ ลองไปคุยเองก่อน

ถ้าให้โอนเงินไป ต้องตรวจสอบประวัติดีๆก่อนโอนเงิน อย่าหลงเชื่อพวกหน้าม้าเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใดๆ



**คุณศิริวัน ที่เป็นนักศึกษาพิษณุโลกนี่เป็นจริงรึป่าวค่ะ ในฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยนเรศวรไม่มีชื่อนามสกุลของคุณนะค่ะ อย่าเอาสถาบันมาแอบอ้างแบบนี้สิค่ะ ใครไม่เชื่อลองเข้าไปดูข้องมูลนักศึกษาของมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ค่ะ เพื่อความมั่นใจ ถ้าตรวจสอบไม่เป็นแอดเมลล์มานะค่ะ เด๋วดิฉันบอกวิธีค่ะ

 

 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.

 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.











 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.













 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.













 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.













 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.

























 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.
















 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.
































 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.

 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.

 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.

 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.




 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.







 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.










 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.







 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.



 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.



 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.

 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.


 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.


 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.

 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.


เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.

 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.











 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.













 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.













 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.

 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.











 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.













 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น.













 

เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย
เชเฟอร์คำราม! จะปั้นบอลไทยให้กระหึ่มเอเชีย

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือป้ายแดงของทีมชาติไทย คำรามลั่น จะปลุกปั้นทีมชาติไทยให้กระหึ่มในทวีปเอเชีย พร้อมยาหอม บังยี เป็นคนดี ที่น่ายกย่อง มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนโค้ชคนก่อน เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะก่อนตัดตัวลุยบอลโลกรอบคัดเลือก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัว วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี “บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และ วินฟรีด เชเฟอร์ ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

เซ็น 3 ปีค่าจ้างกว่า 54 ล้านบาท

โดยในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวนี้ได้มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ ระหว่าง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ วินฟรีด เชเฟอร์ โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ส่วนค่างจ้างไม่เป็นที่เปิดเผย แต่แหล่งข่าววงในคาดการณ์ว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะได้รับค่าเหนื่อยทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทต่อเดือน รวม 3 ปี รับทรัพย์มหาศาลกว่า 54 ล้านบาท

เชเฟอร์เผยสุดภูมิใจได้ทำทีมไทย

หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวเปิดใจว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่คุมทีมชาติไทย ซึ่งต้องขอบคุณ คุณวรวีร์ มะกูดี ที่ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กับตน โดยงานชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่ต่างจากการคุมทีม แคเมอรูน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน”

ยาหอม “บังยี” เป็นคนดี

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ยังกล่าวอีกว่า “เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเข้ามารับงานในประเทศไทยคือ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จของทีมชาติไทย และ คุณวรวีร์ มะกูดี โดยส่วนตัวตนรู้จัก คุณวรวีร์ มานิดหน่อย ซึ่งพบว่า คุณวรวีร์ เป็นคนดี และมีความตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้พูดคุยกันตนก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องเข้ามารับหน้าที่คุมทีม ชาติไทยในครั้งนี้”

เตรียมสร้างทีมลึกถึงรากหญ้า

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวต่อว่า “แนวทางการทำงานของตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำทีมเฉพาะทีมชาติเท่านั้น แต่ตนต้องการจะลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าและในระดับเยาวชน เพราะหากเราพัฒนาเยาวชนให้แข็งแกร่งได้ ทีมชาติชุดใหญ่ก็จะแกร่งตามไปด้วย ซึ่งในที่นี้บรรดาทีมสโมสรจะต้องให้ความร่วมมือกับตนเองในการขยายโครงสร้าง และยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น”

เผยรู้จักทีมชาติไทยผ่าน ซิกกี้ เฮลด์

พร้อมกันนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย ตนได้ศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทยมาพอสมควร ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ตนได้มาจาก ซิกกี้ เฮลด์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวเยอรมันเหมือนกัน โดยในเบื้องต้นตนทราบว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน และมีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่ระดับสากลมากมาย”

ลั่นแข้งทุกคนต้องภูมิใจที่ได้ติดธง

นอกจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ในทุกครั้งที่ตนทำงานคุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ตนจะฉีดความภาคภูมิใจให้กับบรรดานักเตะทุกเพื่อเมื่อได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากนักเตะไม่ภูมิใจที่ได้ติดทีมชาติก็จะขาดแรงจูงใจในการเล่น ดังนั้นนักเตะทีมชาติไทยในสมัยของตนจะต้องมีความภาคภูมิใจและกระหายที่จะรับ ใช้ชาติ”

ฟุ้งจะทำทีมไทยให้กระหึ่มทั่วเอเชีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป้าหมายหลักของทีมชาติไทยคืออะไร?ทางด้าน วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “การเข้ามาทำหน้าที่ของตนในครั้งนี้ คือจะต้องพาทีมชาติไทยให้เป็นที่รู้จักและพูดถึงในทวีปเอเชีย เพราะสมัยที่ตนคุมทีม แคเมอรูน ตนสามารถพาแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาได้ ดังนั้นกับทีมชาติไทยก็เช่นเดียวกัน ตนจะทำให้ทีมชาติไทยดังกระหึ่มไปทั่วเอเชีย และจะทำให้อันดับโลกของทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนี้อยู่อันดับ 123 ของโลกพุ่งทะยานดีขึ้น”

มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลไทยผิดหวัง

วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “ตนรู้ดีว่าแฟนบอลชาวไทยผิดหวังกับผลงานการทำทีมของโค้ชชาวต่างประเทศคน ก่อนๆ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าการเข้ามารับหน้าที่ของตัวเองจะต้องพบกับความกดดัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวทางการทำทีมเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งตนมั่นใจว่าแนวทางการทำทีมรูปแบบของตนนั้นจะไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยต้อง ผิดหวังอย่างแน่นอน”

เตรียมตระเวนดูฟอร์มนักเตะ

สุดท้าย วินฟรีด เชเฟอร์ ได้กล่าวว่า “หน้าที่แรกของตนในการทำงานคือ จะต้องพยายามไปดูฟอร์มนักเตะในแต่ละสนามให้มากที่สุด เพราะมันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของตนได้ว่าใครเหมาะสมที่จะติดทีมชาติ ซึ่งหลังจากที่ตนได้เข้าไปดูเกมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมระหว่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตนพบว่านักเตะชาวไทยมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา แต่การดูฟอร์มเพียงนัดเดียวไม่ยังไม่พอ ดังนั้นในช่วงเวลาข้างหน้านี้ตนจะพยายามเข้าไปศึกษาเกมฟุตบอลไทยให้มากที่ สุด เพื่อเป็นข้อมูลในการคัดเลือกตัวนักเตะสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัด เลือกต่อไป”

“ง้วน” เชื่อมือ “เชเฟอร์” เจ๋งจริง

ส่วนทางด้าน “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์มือขวาของ วินฟรีด เชเฟอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “หลังจากได้พูดคุยกับ เชเฟอร์ ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนพบว่าเขาเป็นโค้ชที่เก่งและมีความเป็นมืออาชีพมากคนหนึ่ง นอกจากนั้น เชเฟอร์ ยังเป็นคนที่มีความรอบรู้ในเรื่องแท็คติกลารุปแบบการเล่นต่างๆ ดังนั้นตนค่อนข้างแน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ คือของจริง”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น“บังยี”วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย วินฟรีด เชเฟอร์, ดร.กษม ชนะวงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง, “โค้ชง้วน”สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ และคณะติดตาม ได้ออกเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ทันที เพื่อไปชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ พบ บุรีรัมย์ เอฟซี ที่สนาม นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เวลา



ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

 

 

ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ
ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

ทีมชาติไทยทำได้แค่เฉือนปาเลสไตน์ไป 1-0 ในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดแรก จักรพันธ์ แก้วพรม ประเดิมประตูแรกในสีเสื้อ ทีมชาติ สุเชาว์ มาพลาดจุดโทษช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย ต้องไปเหนื่อยกันต่อนัดที่ 2 ในวันที่ 28 ก.ค.นี้

 

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบที่ 2 นัดแรก ในวันเสาร์ที่ 23 ก.ค. 54 ระหว่างทีมชาติไทย ที่ห่างแมตซ์แข่งขันระดับชาติมาถึง 8 เดือนเต็ม เปิดรังนิว ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม จังหวัดบุรีรัมย์ ต้อนรับการมาเยือนของทีมชาติปาเลสไตน์ ที่สามารถผ่านทีมชาติอัฟกานิสถาน มาได้ในรอบแรกที่ผ่านมา

 

ขุนพลช้างศึก ทีมชาติไทย โดยการคุมทีมระยะเวลาเพียง 4 สัปดาห์ ของ”วินนี่” วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมัน ได้ปรับระบบการเล่นเป็น 4-5-1 โดยให้ธีรศิลป์ แดงดา ยืนหน้าคนเดียว และใช้สุทธินันท์ พุกหอม ยืนเป็นแบ็คซ้าย และจักรพันธ์ แก้วพรม ยืนแบ็คขวา ส่วนแดนกลางใช้ อลุลย์ หละโสะ,ดัสกร ทองเหลา,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง และสุเชาว์ นุชนุ่ม

 

ส่วนทางทีมชาติปาเลสไตน์ของมูสซ่า บาซัส กุนซือใหญ่ของทีม ที่เคยทำงานร่วมกับ วินนี่ วินฟรีด เชเฟอร์ ในตะวันออกกลางมาแล้ว ส่งผู้เล่นตัวหลักอย่าง โอมาร์ จารัน ,มูรัด อัลยาน,อาทีฟ อัลลูเบลลาร์ ส่วนทางด้านศูนย์หน้าตัวเก่งอย่าง ฟาเฮ็ด อัลเตา มีชื่อเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น ซึ่งบรรยากาศก่อนเกมก็เป็นไปอย่างคึกคักแฟนบอลชาวบุรีรัมย์ และแฟนบอลชาวไทยต่างแห่แหนเข้ามาให้กำลังใจกันกว่า 20,000 คน

 

เริ่มเกมครึ่งแรก นาทีแรกของเกม ไทยมีโอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ชาคริต บัวทอง ลากบอลถึงริมเส้นด้านซ้าย แล้วเปิดเข้ากลาง ให้สุเชาว์ นุชนุ่ม ดีดบอลแต่ไม่เต็มเท้าก่อนที่กองหลังปาเลสไตน์ จะเคลียร์ออกมาได้ อย่างหวุดหวิดแฟนบอลได้เสียวกันตั้งแต่นาทีแรก

 

น.6 ทีมชาติไทยได้ลูกเตะมุมทางด้านซ้าย ดัสกร ทองเหลา เปิดเข้ากลางให้สุเชาว์ นุขนุ่ม เทคตัวขึ้นโหม่งเช็ดที่เสาแรก บอลออกเสาสองไปนิดเดียว ได้เสียวอีกครั้ง

 

น.11 มูรัด อัลยาน กองหน้าของทีมปาเลสไตน์ได้รับใบเหลืองแรกของเกม เนื่องจากไปยืนขวางที่บอล ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้ทันที อีกสามนาทีต่อมา พิชิตพงษ์ เฉยฉิวลากบอลเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษ โดนมาเจ็ท อบาสสิดู ทำฟาล์ว ไทยได้ฟรีคิก ระยะ 25 หลา เป็นทาง ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่แต่ ยิงออกไปไกล ไม่ได้ลุ้น

 

น.18 ไทยมาประสบความสำเร็จ จาก ชาคริต บัวทอง เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย บอลหลุดเลยไปทางขวา เป็นจักรพันธ์ แก้วพรม ที่เติมขึ้นมาซัดตูมเดียว เป็นประตูขึ้นนำ 1-0  น.22 เป็นโอกาสของทีมชาติไทยอีกครั้ง จากการยิงของสุเชาว์ นุชนุ่ม ด้วยเท้าซ้ายระยะ 25 หลา บอลพุ่งตรงมายังเสาสองแต่ไปชนสามเหลี่ยมกระดอนออกมา แฟนบอลเฮเก้อกันทั้งสนาม

 

น.29 ปาเลสไตน์ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เป็นทางด้านโมฮัมเหม็ด รับหน้าที่สังหารแต่บอลโด่งออกไปไกลไม่ได้ลุ้น
ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกเกมยังเป็นของช้างศึกทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเล่นด้วยความมั่นใจ และด้วยสกอร์ที่นำอยู่ 1-0 ทำให้เล่นได้ง่ายขึ้น

 

น.32 มาเจ็ท อบาสสิดู แตะบอลคืน โมฮัมเหม็ด ชาแบร์ ผู้ตัดสินให้เป็นลูกฟาล์วในระยะ 6 หลาด้านซ้าย และชาแบร์ ได้รับใบเหลืองไปด้วยเนื่องจากไปเถียงผู้ตัดสิน และดัสกร ทองเหลาเป็นผู้ยิงแต่ไปติดกองหลังที่อุดกันอยู่ที่ปากประตู

 

น.37 ปาเลสไตน์ได้ลูกฟรีคิกว่า 40 หลา เป็นมูรัด อัลยานขอยิงเอง แต่บอลเหินข้ามคานไปไกล นาทีต่อมาพิชิตพงษ์ เฉยฉิว โดนผู้เล่นปาเลสไตน์เข้าบอลหนัก แต่ไม่เป็นอะไรมากลุกขึ้นมาเล่นต่อได้

 

น.40 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยอีกครั้ง เป็นทางด้านสุทธินันท์ พุกหอม เติมเกมขึ้นมาทางด้านซ้าย แล้วเปิดเข้าไปกลางให้สุเชาว์ นุชนุ่ม โหม่งแต่กดไม่ลงบอลออกหลังไป นาทีต่อมา ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ เติมเกมรุกมาเล่นกับชาคริต บัวทอง แต่จังหวะสุดท้ายชาคริต ยิงแป๊ก เจ้าตัวเสียดาย

 

น.42 ทีมชาติไทยเรียกฟาล์วหน้ากรอบเขตโทษระยะ 20 หลาได้อีกครั้งจากดัสกร ทองเหลา และเป็นทางด้านดัสกร ขอยิงเองแต่ยิงไปติดกำแพงปาเลสไตน์ ผู้ตัดสินทดเวลาการแข่งขันในครึ่งแรก 2 นาที ช่วงทดเวลาเจ็บ อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี ไปทำฟาล์วดัสกร ทองเหลา ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองที่ 3 ของเกมนี้ให้ทันที หมดครึ่งเวลาแรกทีมชาติไทย นำ ทีมชาติปาเลสไตน์ อยู่ 1-0

 

เริ่มเกมในครึ่งหลัง ทางทีมชาติปาเลสไตน์ขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรก โดยเอามูรัด เซดออกและส่งฮอสซัม วาดี้ ลงไปเล่นแทน น.49 จังหวะของทีมชาติไทยอีกครั้ง โดยธีรศิลป์ แดงดาได้บอลคนเดียวในแดนหน้าลากไปถึงกรอบเขตโทษระยะ 8 หลาทางด้านขวา แล้วรอเพื่อนให้ดัสกร ทองเหลาเติมขึ้นมาสับไกยิง แต่โดนกองหลังปาเลสไตน์เบียดทำให้ยิงไม่ถนัด บอลออกหลังไป

 

น.51 ทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นบ้าง โดยเอากีรติ เขียวสมบัติลงไปเล่นแทนชาคริต บัวทอง ท่ามกลางเสียงแฟนบอลที่เฮ ต้อนรับการการลงสนาม ซึ่งปรับมาเล่นแผน 4-4-2 ในช่วงครึ่งเวลาหลัง

 

น.55 ใบเหลือปลิวอีกครั้ง หลังจากที่มาเจ็ด อบาสสิดูไปทำฟาล์วสุเชาว์ นุชนุ่ม ทางด้านหลังเป็นใบเหลืองใบที่ 4 ของปาเลสไตน์ อีกสองนาทีต่อมา ดัสกร ทองเหลา ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ เห็นโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ออกมาไกลพยายามชิบบอลให้ข้ามหัวแต่บอลแรงออกหลังไป นาทีต่อมาทีมชาติปาเลสไตน์เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนที่ 2 โดยเอาโมอัมเหม็ดออกและส่งอาลีฟ คาทีฟ ลงไปเล่นแทน

 

น.60 ทีมชาติไทยเซ็ตเกมกันขึ้นมาจนมาถึงพิชิตพงษ์ เฉยฉิว ลองส่องไกลบ้าง แต่บอลออกข้างไป  น.72 ทีมชาติไทยได้ลูกฟรีคิกระยะ 22 หลา ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่ปั่นฟรีคิก ยิงโค้งบอลย้อยชนคานอย่างจัง เกือบจะใส่สกอร์ให้ทีมชาติไทยได้อีกครั้ง นาทีถัดมา อับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ หัวโขกกับกีรติ เขียวสมบัติ ต้องหยุดเกมชั่วคราวเพื่อปฐมพยาบาลที่ข้างสนาม จนกีรติ ไม่สามารถเล่นต่อได้ จึงเปลี่ยนสุรัตน์ สุขะลงไปเล่นแทน

 

น.80 ไทยเล่นบอลเร็วจากการได้ฟาล์ว และเป็นณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ ปั่นด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เกือบจะเข้าประตูแต่โดนโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ บินเซฟปัดออกหลังไปได้ น.85 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยๆอยีกครั้ง จากการเปิดของอดุลย์ หละโสะทะลุช่องให้ธีรศิลป์ แดงดา ทางด้านซ้ายหลุดแผงหลังไปแล้ว แต่ธีรศิลป์ ยิงด้วยซ้ายบอลไม่เข้ากรอบ และทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวเอาจักรพันธ์ แก้วพรม คนทำประตูออกและส่งปรัชญ์ สมัครราษฏร์ ลงไปเล่นแทน

 

ผู้ตัดสินทดเวลาเจ็บ 4 นาที และเข้าสู่การทดเวลาเจ็บนาทีแรก ทีมชาติไทยได้จุดโทษจากการลากเข้าไปของธีรศิลป์ แดงดา และโดนอับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ สกัดในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที เป็นทางด้านสุเชาว์ นุชนุ่ม ยิงไปทางซ้ายมือของตัวเองแต่บอลไปชนเสาออกข้างไป
หมดเวลาการแข่งขันทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติปาเลสไตน์ไปได้ 1-0

 

ส่วนโปรแกรมนัดต่อไปของทีมชาติไทยจะต้องออกไป เยือนทีมชาติปาเลสไตน์ ที่กรุงเวสแบงค์ ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ค.นี้ โดยจะต้องบุกไปเอาผลเสมอมาให้ได้เป็นอย่างน้อยถึงจะได้ผ่านเข้ารอบต่อไป และอยู่ในเส้นทางของฟุตบอลโลก 2014

 

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

 

ทีมชาติไทย: กวิน ธรรมสัจจานันท์(ผู้รักษาประตู),ชลทิตย์ จันตคาม,สุทธินันท์ พุกหอม,ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์,จักรพันธ์ แก้วพรม(ปรัชญ์ สมัครราษฏร์),ดัสกร ทองเหลา,สุเชาว์ นุชนุ่ม,ธีรศิลป์ แดงดา,อดุลย์ หละโสะ,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง(กีรติ เขียวสมบัติ)(สุรัตน์ สุขะ)

 

ทีมชาติปาเลสไตน์: โมฮัมเหม็ด ชาแบร์(ผู้รักษาประตู),มาเจ็ท อบาสซิดู,อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี่,โอมาร์ จารัน,คารัด มาร์ดี้,อาทีฟ อับบูเบลลาร์,มูรัด อัลยาน,อิสมาอิล อัลลามัวร์,โมฮัมเหม็ด โมฮัมเหม็ด(ฮอสซัม วาดี้),คาเดอร์ อาบูฮัมหมัด,มูรัด เซด(อาลีฟ อาทีฟ)

ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

 

 

ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ
ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

ทีมชาติไทยทำได้แค่เฉือนปาเลสไตน์ไป 1-0 ในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดแรก จักรพันธ์ แก้วพรม ประเดิมประตูแรกในสีเสื้อ ทีมชาติ สุเชาว์ มาพลาดจุดโทษช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย ต้องไปเหนื่อยกันต่อนัดที่ 2 ในวันที่ 28 ก.ค.นี้

 

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบที่ 2 นัดแรก ในวันเสาร์ที่ 23 ก.ค. 54 ระหว่างทีมชาติไทย ที่ห่างแมตซ์แข่งขันระดับชาติมาถึง 8 เดือนเต็ม เปิดรังนิว ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม จังหวัดบุรีรัมย์ ต้อนรับการมาเยือนของทีมชาติปาเลสไตน์ ที่สามารถผ่านทีมชาติอัฟกานิสถาน มาได้ในรอบแรกที่ผ่านมา

 

ขุนพลช้างศึก ทีมชาติไทย โดยการคุมทีมระยะเวลาเพียง 4 สัปดาห์ ของ”วินนี่” วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมัน ได้ปรับระบบการเล่นเป็น 4-5-1 โดยให้ธีรศิลป์ แดงดา ยืนหน้าคนเดียว และใช้สุทธินันท์ พุกหอม ยืนเป็นแบ็คซ้าย และจักรพันธ์ แก้วพรม ยืนแบ็คขวา ส่วนแดนกลางใช้ อลุลย์ หละโสะ,ดัสกร ทองเหลา,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง และสุเชาว์ นุชนุ่ม

 

ส่วนทางทีมชาติปาเลสไตน์ของมูสซ่า บาซัส กุนซือใหญ่ของทีม ที่เคยทำงานร่วมกับ วินนี่ วินฟรีด เชเฟอร์ ในตะวันออกกลางมาแล้ว ส่งผู้เล่นตัวหลักอย่าง โอมาร์ จารัน ,มูรัด อัลยาน,อาทีฟ อัลลูเบลลาร์ ส่วนทางด้านศูนย์หน้าตัวเก่งอย่าง ฟาเฮ็ด อัลเตา มีชื่อเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น ซึ่งบรรยากาศก่อนเกมก็เป็นไปอย่างคึกคักแฟนบอลชาวบุรีรัมย์ และแฟนบอลชาวไทยต่างแห่แหนเข้ามาให้กำลังใจกันกว่า 20,000 คน

 

เริ่มเกมครึ่งแรก นาทีแรกของเกม ไทยมีโอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ชาคริต บัวทอง ลากบอลถึงริมเส้นด้านซ้าย แล้วเปิดเข้ากลาง ให้สุเชาว์ นุชนุ่ม ดีดบอลแต่ไม่เต็มเท้าก่อนที่กองหลังปาเลสไตน์ จะเคลียร์ออกมาได้ อย่างหวุดหวิดแฟนบอลได้เสียวกันตั้งแต่นาทีแรก

 

น.6 ทีมชาติไทยได้ลูกเตะมุมทางด้านซ้าย ดัสกร ทองเหลา เปิดเข้ากลางให้สุเชาว์ นุขนุ่ม เทคตัวขึ้นโหม่งเช็ดที่เสาแรก บอลออกเสาสองไปนิดเดียว ได้เสียวอีกครั้ง

 

น.11 มูรัด อัลยาน กองหน้าของทีมปาเลสไตน์ได้รับใบเหลืองแรกของเกม เนื่องจากไปยืนขวางที่บอล ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้ทันที อีกสามนาทีต่อมา พิชิตพงษ์ เฉยฉิวลากบอลเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษ โดนมาเจ็ท อบาสสิดู ทำฟาล์ว ไทยได้ฟรีคิก ระยะ 25 หลา เป็นทาง ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่แต่ ยิงออกไปไกล ไม่ได้ลุ้น

 

น.18 ไทยมาประสบความสำเร็จ จาก ชาคริต บัวทอง เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย บอลหลุดเลยไปทางขวา เป็นจักรพันธ์ แก้วพรม ที่เติมขึ้นมาซัดตูมเดียว เป็นประตูขึ้นนำ 1-0  น.22 เป็นโอกาสของทีมชาติไทยอีกครั้ง จากการยิงของสุเชาว์ นุชนุ่ม ด้วยเท้าซ้ายระยะ 25 หลา บอลพุ่งตรงมายังเสาสองแต่ไปชนสามเหลี่ยมกระดอนออกมา แฟนบอลเฮเก้อกันทั้งสนาม

 

น.29 ปาเลสไตน์ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เป็นทางด้านโมฮัมเหม็ด รับหน้าที่สังหารแต่บอลโด่งออกไปไกลไม่ได้ลุ้น
ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกเกมยังเป็นของช้างศึกทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเล่นด้วยความมั่นใจ และด้วยสกอร์ที่นำอยู่ 1-0 ทำให้เล่นได้ง่ายขึ้น

 

น.32 มาเจ็ท อบาสสิดู แตะบอลคืน โมฮัมเหม็ด ชาแบร์ ผู้ตัดสินให้เป็นลูกฟาล์วในระยะ 6 หลาด้านซ้าย และชาแบร์ ได้รับใบเหลืองไปด้วยเนื่องจากไปเถียงผู้ตัดสิน และดัสกร ทองเหลาเป็นผู้ยิงแต่ไปติดกองหลังที่อุดกันอยู่ที่ปากประตู

 

น.37 ปาเลสไตน์ได้ลูกฟรีคิกว่า 40 หลา เป็นมูรัด อัลยานขอยิงเอง แต่บอลเหินข้ามคานไปไกล นาทีต่อมาพิชิตพงษ์ เฉยฉิว โดนผู้เล่นปาเลสไตน์เข้าบอลหนัก แต่ไม่เป็นอะไรมากลุกขึ้นมาเล่นต่อได้

 

น.40 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยอีกครั้ง เป็นทางด้านสุทธินันท์ พุกหอม เติมเกมขึ้นมาทางด้านซ้าย แล้วเปิดเข้าไปกลางให้สุเชาว์ นุชนุ่ม โหม่งแต่กดไม่ลงบอลออกหลังไป นาทีต่อมา ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ เติมเกมรุกมาเล่นกับชาคริต บัวทอง แต่จังหวะสุดท้ายชาคริต ยิงแป๊ก เจ้าตัวเสียดาย

 

น.42 ทีมชาติไทยเรียกฟาล์วหน้ากรอบเขตโทษระยะ 20 หลาได้อีกครั้งจากดัสกร ทองเหลา และเป็นทางด้านดัสกร ขอยิงเองแต่ยิงไปติดกำแพงปาเลสไตน์ ผู้ตัดสินทดเวลาการแข่งขันในครึ่งแรก 2 นาที ช่วงทดเวลาเจ็บ อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี ไปทำฟาล์วดัสกร ทองเหลา ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองที่ 3 ของเกมนี้ให้ทันที หมดครึ่งเวลาแรกทีมชาติไทย นำ ทีมชาติปาเลสไตน์ อยู่ 1-0

 

เริ่มเกมในครึ่งหลัง ทางทีมชาติปาเลสไตน์ขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรก โดยเอามูรัด เซดออกและส่งฮอสซัม วาดี้ ลงไปเล่นแทน น.49 จังหวะของทีมชาติไทยอีกครั้ง โดยธีรศิลป์ แดงดาได้บอลคนเดียวในแดนหน้าลากไปถึงกรอบเขตโทษระยะ 8 หลาทางด้านขวา แล้วรอเพื่อนให้ดัสกร ทองเหลาเติมขึ้นมาสับไกยิง แต่โดนกองหลังปาเลสไตน์เบียดทำให้ยิงไม่ถนัด บอลออกหลังไป

 

น.51 ทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นบ้าง โดยเอากีรติ เขียวสมบัติลงไปเล่นแทนชาคริต บัวทอง ท่ามกลางเสียงแฟนบอลที่เฮ ต้อนรับการการลงสนาม ซึ่งปรับมาเล่นแผน 4-4-2 ในช่วงครึ่งเวลาหลัง

 

น.55 ใบเหลือปลิวอีกครั้ง หลังจากที่มาเจ็ด อบาสสิดูไปทำฟาล์วสุเชาว์ นุชนุ่ม ทางด้านหลังเป็นใบเหลืองใบที่ 4 ของปาเลสไตน์ อีกสองนาทีต่อมา ดัสกร ทองเหลา ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ เห็นโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ออกมาไกลพยายามชิบบอลให้ข้ามหัวแต่บอลแรงออกหลังไป นาทีต่อมาทีมชาติปาเลสไตน์เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนที่ 2 โดยเอาโมอัมเหม็ดออกและส่งอาลีฟ คาทีฟ ลงไปเล่นแทน

 

น.60 ทีมชาติไทยเซ็ตเกมกันขึ้นมาจนมาถึงพิชิตพงษ์ เฉยฉิว ลองส่องไกลบ้าง แต่บอลออกข้างไป  น.72 ทีมชาติไทยได้ลูกฟรีคิกระยะ 22 หลา ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่ปั่นฟรีคิก ยิงโค้งบอลย้อยชนคานอย่างจัง เกือบจะใส่สกอร์ให้ทีมชาติไทยได้อีกครั้ง นาทีถัดมา อับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ หัวโขกกับกีรติ เขียวสมบัติ ต้องหยุดเกมชั่วคราวเพื่อปฐมพยาบาลที่ข้างสนาม จนกีรติ ไม่สามารถเล่นต่อได้ จึงเปลี่ยนสุรัตน์ สุขะลงไปเล่นแทน

 

น.80 ไทยเล่นบอลเร็วจากการได้ฟาล์ว และเป็นณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ ปั่นด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เกือบจะเข้าประตูแต่โดนโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ บินเซฟปัดออกหลังไปได้ น.85 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยๆอยีกครั้ง จากการเปิดของอดุลย์ หละโสะทะลุช่องให้ธีรศิลป์ แดงดา ทางด้านซ้ายหลุดแผงหลังไปแล้ว แต่ธีรศิลป์ ยิงด้วยซ้ายบอลไม่เข้ากรอบ และทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวเอาจักรพันธ์ แก้วพรม คนทำประตูออกและส่งปรัชญ์ สมัครราษฏร์ ลงไปเล่นแทน

 

ผู้ตัดสินทดเวลาเจ็บ 4 นาที และเข้าสู่การทดเวลาเจ็บนาทีแรก ทีมชาติไทยได้จุดโทษจากการลากเข้าไปของธีรศิลป์ แดงดา และโดนอับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ สกัดในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที เป็นทางด้านสุเชาว์ นุชนุ่ม ยิงไปทางซ้ายมือของตัวเองแต่บอลไปชนเสาออกข้างไป
หมดเวลาการแข่งขันทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติปาเลสไตน์ไปได้ 1-0

 

ส่วนโปรแกรมนัดต่อไปของทีมชาติไทยจะต้องออกไป เยือนทีมชาติปาเลสไตน์ ที่กรุงเวสแบงค์ ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ค.นี้ โดยจะต้องบุกไปเอาผลเสมอมาให้ได้เป็นอย่างน้อยถึงจะได้ผ่านเข้ารอบต่อไป และอยู่ในเส้นทางของฟุตบอลโลก 2014

 

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

 

ทีมชาติไทย: กวิน ธรรมสัจจานันท์(ผู้รักษาประตู),ชลทิตย์ จันตคาม,สุทธินันท์ พุกหอม,ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์,จักรพันธ์ แก้วพรม(ปรัชญ์ สมัครราษฏร์),ดัสกร ทองเหลา,สุเชาว์ นุชนุ่ม,ธีรศิลป์ แดงดา,อดุลย์ หละโสะ,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง(กีรติ เขียวสมบัติ)(สุรัตน์ สุขะ)

 

ทีมชาติปาเลสไตน์: โมฮัมเหม็ด ชาแบร์(ผู้รักษาประตู),มาเจ็ท อบาสซิดู,อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี่,โอมาร์ จารัน,คารัด มาร์ดี้,อาทีฟ อับบูเบลลาร์,มูรัด อัลยาน,อิสมาอิล อัลลามัวร์,โมฮัมเหม็ด โมฮัมเหม็ด(ฮอสซัม วาดี้),คาเดอร์ อาบูฮัมหมัด,มูรัด เซด(อาลีฟ อาทีฟ)


ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

 

 

ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ
ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

ทีมชาติไทยทำได้แค่เฉือนปาเลสไตน์ไป 1-0 ในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดแรก จักรพันธ์ แก้วพรม ประเดิมประตูแรกในสีเสื้อ ทีมชาติ สุเชาว์ มาพลาดจุดโทษช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย ต้องไปเหนื่อยกันต่อนัดที่ 2 ในวันที่ 28 ก.ค.นี้

 

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบที่ 2 นัดแรก ในวันเสาร์ที่ 23 ก.ค. 54 ระหว่างทีมชาติไทย ที่ห่างแมตซ์แข่งขันระดับชาติมาถึง 8 เดือนเต็ม เปิดรังนิว ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม จังหวัดบุรีรัมย์ ต้อนรับการมาเยือนของทีมชาติปาเลสไตน์ ที่สามารถผ่านทีมชาติอัฟกานิสถาน มาได้ในรอบแรกที่ผ่านมา

 

ขุนพลช้างศึก ทีมชาติไทย โดยการคุมทีมระยะเวลาเพียง 4 สัปดาห์ ของ”วินนี่” วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมัน ได้ปรับระบบการเล่นเป็น 4-5-1 โดยให้ธีรศิลป์ แดงดา ยืนหน้าคนเดียว และใช้สุทธินันท์ พุกหอม ยืนเป็นแบ็คซ้าย และจักรพันธ์ แก้วพรม ยืนแบ็คขวา ส่วนแดนกลางใช้ อลุลย์ หละโสะ,ดัสกร ทองเหลา,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง และสุเชาว์ นุชนุ่ม

 

ส่วนทางทีมชาติปาเลสไตน์ของมูสซ่า บาซัส กุนซือใหญ่ของทีม ที่เคยทำงานร่วมกับ วินนี่ วินฟรีด เชเฟอร์ ในตะวันออกกลางมาแล้ว ส่งผู้เล่นตัวหลักอย่าง โอมาร์ จารัน ,มูรัด อัลยาน,อาทีฟ อัลลูเบลลาร์ ส่วนทางด้านศูนย์หน้าตัวเก่งอย่าง ฟาเฮ็ด อัลเตา มีชื่อเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น ซึ่งบรรยากาศก่อนเกมก็เป็นไปอย่างคึกคักแฟนบอลชาวบุรีรัมย์ และแฟนบอลชาวไทยต่างแห่แหนเข้ามาให้กำลังใจกันกว่า 20,000 คน

 

เริ่มเกมครึ่งแรก นาทีแรกของเกม ไทยมีโอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ชาคริต บัวทอง ลากบอลถึงริมเส้นด้านซ้าย แล้วเปิดเข้ากลาง ให้สุเชาว์ นุชนุ่ม ดีดบอลแต่ไม่เต็มเท้าก่อนที่กองหลังปาเลสไตน์ จะเคลียร์ออกมาได้ อย่างหวุดหวิดแฟนบอลได้เสียวกันตั้งแต่นาทีแรก

 

น.6 ทีมชาติไทยได้ลูกเตะมุมทางด้านซ้าย ดัสกร ทองเหลา เปิดเข้ากลางให้สุเชาว์ นุขนุ่ม เทคตัวขึ้นโหม่งเช็ดที่เสาแรก บอลออกเสาสองไปนิดเดียว ได้เสียวอีกครั้ง

 

น.11 มูรัด อัลยาน กองหน้าของทีมปาเลสไตน์ได้รับใบเหลืองแรกของเกม เนื่องจากไปยืนขวางที่บอล ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้ทันที อีกสามนาทีต่อมา พิชิตพงษ์ เฉยฉิวลากบอลเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษ โดนมาเจ็ท อบาสสิดู ทำฟาล์ว ไทยได้ฟรีคิก ระยะ 25 หลา เป็นทาง ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่แต่ ยิงออกไปไกล ไม่ได้ลุ้น

 

น.18 ไทยมาประสบความสำเร็จ จาก ชาคริต บัวทอง เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย บอลหลุดเลยไปทางขวา เป็นจักรพันธ์ แก้วพรม ที่เติมขึ้นมาซัดตูมเดียว เป็นประตูขึ้นนำ 1-0  น.22 เป็นโอกาสของทีมชาติไทยอีกครั้ง จากการยิงของสุเชาว์ นุชนุ่ม ด้วยเท้าซ้ายระยะ 25 หลา บอลพุ่งตรงมายังเสาสองแต่ไปชนสามเหลี่ยมกระดอนออกมา แฟนบอลเฮเก้อกันทั้งสนาม

 

น.29 ปาเลสไตน์ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เป็นทางด้านโมฮัมเหม็ด รับหน้าที่สังหารแต่บอลโด่งออกไปไกลไม่ได้ลุ้น
ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกเกมยังเป็นของช้างศึกทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเล่นด้วยความมั่นใจ และด้วยสกอร์ที่นำอยู่ 1-0 ทำให้เล่นได้ง่ายขึ้น

 

น.32 มาเจ็ท อบาสสิดู แตะบอลคืน โมฮัมเหม็ด ชาแบร์ ผู้ตัดสินให้เป็นลูกฟาล์วในระยะ 6 หลาด้านซ้าย และชาแบร์ ได้รับใบเหลืองไปด้วยเนื่องจากไปเถียงผู้ตัดสิน และดัสกร ทองเหลาเป็นผู้ยิงแต่ไปติดกองหลังที่อุดกันอยู่ที่ปากประตู

 

น.37 ปาเลสไตน์ได้ลูกฟรีคิกว่า 40 หลา เป็นมูรัด อัลยานขอยิงเอง แต่บอลเหินข้ามคานไปไกล นาทีต่อมาพิชิตพงษ์ เฉยฉิว โดนผู้เล่นปาเลสไตน์เข้าบอลหนัก แต่ไม่เป็นอะไรมากลุกขึ้นมาเล่นต่อได้

 

น.40 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยอีกครั้ง เป็นทางด้านสุทธินันท์ พุกหอม เติมเกมขึ้นมาทางด้านซ้าย แล้วเปิดเข้าไปกลางให้สุเชาว์ นุชนุ่ม โหม่งแต่กดไม่ลงบอลออกหลังไป นาทีต่อมา ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ เติมเกมรุกมาเล่นกับชาคริต บัวทอง แต่จังหวะสุดท้ายชาคริต ยิงแป๊ก เจ้าตัวเสียดาย

 

น.42 ทีมชาติไทยเรียกฟาล์วหน้ากรอบเขตโทษระยะ 20 หลาได้อีกครั้งจากดัสกร ทองเหลา และเป็นทางด้านดัสกร ขอยิงเองแต่ยิงไปติดกำแพงปาเลสไตน์ ผู้ตัดสินทดเวลาการแข่งขันในครึ่งแรก 2 นาที ช่วงทดเวลาเจ็บ อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี ไปทำฟาล์วดัสกร ทองเหลา ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองที่ 3 ของเกมนี้ให้ทันที หมดครึ่งเวลาแรกทีมชาติไทย นำ ทีมชาติปาเลสไตน์ อยู่ 1-0

 

เริ่มเกมในครึ่งหลัง ทางทีมชาติปาเลสไตน์ขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรก โดยเอามูรัด เซดออกและส่งฮอสซัม วาดี้ ลงไปเล่นแทน น.49 จังหวะของทีมชาติไทยอีกครั้ง โดยธีรศิลป์ แดงดาได้บอลคนเดียวในแดนหน้าลากไปถึงกรอบเขตโทษระยะ 8 หลาทางด้านขวา แล้วรอเพื่อนให้ดัสกร ทองเหลาเติมขึ้นมาสับไกยิง แต่โดนกองหลังปาเลสไตน์เบียดทำให้ยิงไม่ถนัด บอลออกหลังไป

 

น.51 ทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นบ้าง โดยเอากีรติ เขียวสมบัติลงไปเล่นแทนชาคริต บัวทอง ท่ามกลางเสียงแฟนบอลที่เฮ ต้อนรับการการลงสนาม ซึ่งปรับมาเล่นแผน 4-4-2 ในช่วงครึ่งเวลาหลัง

 

น.55 ใบเหลือปลิวอีกครั้ง หลังจากที่มาเจ็ด อบาสสิดูไปทำฟาล์วสุเชาว์ นุชนุ่ม ทางด้านหลังเป็นใบเหลืองใบที่ 4 ของปาเลสไตน์ อีกสองนาทีต่อมา ดัสกร ทองเหลา ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ เห็นโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ออกมาไกลพยายามชิบบอลให้ข้ามหัวแต่บอลแรงออกหลังไป นาทีต่อมาทีมชาติปาเลสไตน์เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนที่ 2 โดยเอาโมอัมเหม็ดออกและส่งอาลีฟ คาทีฟ ลงไปเล่นแทน

 

น.60 ทีมชาติไทยเซ็ตเกมกันขึ้นมาจนมาถึงพิชิตพงษ์ เฉยฉิว ลองส่องไกลบ้าง แต่บอลออกข้างไป  น.72 ทีมชาติไทยได้ลูกฟรีคิกระยะ 22 หลา ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่ปั่นฟรีคิก ยิงโค้งบอลย้อยชนคานอย่างจัง เกือบจะใส่สกอร์ให้ทีมชาติไทยได้อีกครั้ง นาทีถัดมา อับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ หัวโขกกับกีรติ เขียวสมบัติ ต้องหยุดเกมชั่วคราวเพื่อปฐมพยาบาลที่ข้างสนาม จนกีรติ ไม่สามารถเล่นต่อได้ จึงเปลี่ยนสุรัตน์ สุขะลงไปเล่นแทน

 

น.80 ไทยเล่นบอลเร็วจากการได้ฟาล์ว และเป็นณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ ปั่นด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เกือบจะเข้าประตูแต่โดนโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ บินเซฟปัดออกหลังไปได้ น.85 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยๆอยีกครั้ง จากการเปิดของอดุลย์ หละโสะทะลุช่องให้ธีรศิลป์ แดงดา ทางด้านซ้ายหลุดแผงหลังไปแล้ว แต่ธีรศิลป์ ยิงด้วยซ้ายบอลไม่เข้ากรอบ และทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวเอาจักรพันธ์ แก้วพรม คนทำประตูออกและส่งปรัชญ์ สมัครราษฏร์ ลงไปเล่นแทน

 

ผู้ตัดสินทดเวลาเจ็บ 4 นาที และเข้าสู่การทดเวลาเจ็บนาทีแรก ทีมชาติไทยได้จุดโทษจากการลากเข้าไปของธีรศิลป์ แดงดา และโดนอับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ สกัดในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที เป็นทางด้านสุเชาว์ นุชนุ่ม ยิงไปทางซ้ายมือของตัวเองแต่บอลไปชนเสาออกข้างไป
หมดเวลาการแข่งขันทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติปาเลสไตน์ไปได้ 1-0

 

ส่วนโปรแกรมนัดต่อไปของทีมชาติไทยจะต้องออกไป เยือนทีมชาติปาเลสไตน์ ที่กรุงเวสแบงค์ ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ค.นี้ โดยจะต้องบุกไปเอาผลเสมอมาให้ได้เป็นอย่างน้อยถึงจะได้ผ่านเข้ารอบต่อไป และอยู่ในเส้นทางของฟุตบอลโลก 2014

 

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

 

ทีมชาติไทย: กวิน ธรรมสัจจานันท์(ผู้รักษาประตู),ชลทิตย์ จันตคาม,สุทธินันท์ พุกหอม,ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์,จักรพันธ์ แก้วพรม(ปรัชญ์ สมัครราษฏร์),ดัสกร ทองเหลา,สุเชาว์ นุชนุ่ม,ธีรศิลป์ แดงดา,อดุลย์ หละโสะ,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง(กีรติ เขียวสมบัติ)(สุรัตน์ สุขะ)

 

ทีมชาติปาเลสไตน์: โมฮัมเหม็ด ชาแบร์(ผู้รักษาประตู),มาเจ็ท อบาสซิดู,อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี่,โอมาร์ จารัน,คารัด มาร์ดี้,อาทีฟ อับบูเบลลาร์,มูรัด อัลยาน,อิสมาอิล อัลลามัวร์,โมฮัมเหม็ด โมฮัมเหม็ด(ฮอสซัม วาดี้),คาเดอร์ อาบูฮัมหมัด,มูรัด เซด(อาลีฟ อาทีฟ)

ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

 

 

ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ
ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

ทีมชาติไทยทำได้แค่เฉือนปาเลสไตน์ไป 1-0 ในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดแรก จักรพันธ์ แก้วพรม ประเดิมประตูแรกในสีเสื้อ ทีมชาติ สุเชาว์ มาพลาดจุดโทษช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย ต้องไปเหนื่อยกันต่อนัดที่ 2 ในวันที่ 28 ก.ค.นี้

 

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบที่ 2 นัดแรก ในวันเสาร์ที่ 23 ก.ค. 54 ระหว่างทีมชาติไทย ที่ห่างแมตซ์แข่งขันระดับชาติมาถึง 8 เดือนเต็ม เปิดรังนิว ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม จังหวัดบุรีรัมย์ ต้อนรับการมาเยือนของทีมชาติปาเลสไตน์ ที่สามารถผ่านทีมชาติอัฟกานิสถาน มาได้ในรอบแรกที่ผ่านมา

 

ขุนพลช้างศึก ทีมชาติไทย โดยการคุมทีมระยะเวลาเพียง 4 สัปดาห์ ของ”วินนี่” วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมัน ได้ปรับระบบการเล่นเป็น 4-5-1 โดยให้ธีรศิลป์ แดงดา ยืนหน้าคนเดียว และใช้สุทธินันท์ พุกหอม ยืนเป็นแบ็คซ้าย และจักรพันธ์ แก้วพรม ยืนแบ็คขวา ส่วนแดนกลางใช้ อลุลย์ หละโสะ,ดัสกร ทองเหลา,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง และสุเชาว์ นุชนุ่ม

 

ส่วนทางทีมชาติปาเลสไตน์ของมูสซ่า บาซัส กุนซือใหญ่ของทีม ที่เคยทำงานร่วมกับ วินนี่ วินฟรีด เชเฟอร์ ในตะวันออกกลางมาแล้ว ส่งผู้เล่นตัวหลักอย่าง โอมาร์ จารัน ,มูรัด อัลยาน,อาทีฟ อัลลูเบลลาร์ ส่วนทางด้านศูนย์หน้าตัวเก่งอย่าง ฟาเฮ็ด อัลเตา มีชื่อเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น ซึ่งบรรยากาศก่อนเกมก็เป็นไปอย่างคึกคักแฟนบอลชาวบุรีรัมย์ และแฟนบอลชาวไทยต่างแห่แหนเข้ามาให้กำลังใจกันกว่า 20,000 คน

 

เริ่มเกมครึ่งแรก นาทีแรกของเกม ไทยมีโอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ชาคริต บัวทอง ลากบอลถึงริมเส้นด้านซ้าย แล้วเปิดเข้ากลาง ให้สุเชาว์ นุชนุ่ม ดีดบอลแต่ไม่เต็มเท้าก่อนที่กองหลังปาเลสไตน์ จะเคลียร์ออกมาได้ อย่างหวุดหวิดแฟนบอลได้เสียวกันตั้งแต่นาทีแรก

 

น.6 ทีมชาติไทยได้ลูกเตะมุมทางด้านซ้าย ดัสกร ทองเหลา เปิดเข้ากลางให้สุเชาว์ นุขนุ่ม เทคตัวขึ้นโหม่งเช็ดที่เสาแรก บอลออกเสาสองไปนิดเดียว ได้เสียวอีกครั้ง

 

น.11 มูรัด อัลยาน กองหน้าของทีมปาเลสไตน์ได้รับใบเหลืองแรกของเกม เนื่องจากไปยืนขวางที่บอล ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้ทันที อีกสามนาทีต่อมา พิชิตพงษ์ เฉยฉิวลากบอลเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษ โดนมาเจ็ท อบาสสิดู ทำฟาล์ว ไทยได้ฟรีคิก ระยะ 25 หลา เป็นทาง ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่แต่ ยิงออกไปไกล ไม่ได้ลุ้น

 

น.18 ไทยมาประสบความสำเร็จ จาก ชาคริต บัวทอง เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย บอลหลุดเลยไปทางขวา เป็นจักรพันธ์ แก้วพรม ที่เติมขึ้นมาซัดตูมเดียว เป็นประตูขึ้นนำ 1-0  น.22 เป็นโอกาสของทีมชาติไทยอีกครั้ง จากการยิงของสุเชาว์ นุชนุ่ม ด้วยเท้าซ้ายระยะ 25 หลา บอลพุ่งตรงมายังเสาสองแต่ไปชนสามเหลี่ยมกระดอนออกมา แฟนบอลเฮเก้อกันทั้งสนาม

 

น.29 ปาเลสไตน์ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เป็นทางด้านโมฮัมเหม็ด รับหน้าที่สังหารแต่บอลโด่งออกไปไกลไม่ได้ลุ้น
ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกเกมยังเป็นของช้างศึกทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเล่นด้วยความมั่นใจ และด้วยสกอร์ที่นำอยู่ 1-0 ทำให้เล่นได้ง่ายขึ้น

 

น.32 มาเจ็ท อบาสสิดู แตะบอลคืน โมฮัมเหม็ด ชาแบร์ ผู้ตัดสินให้เป็นลูกฟาล์วในระยะ 6 หลาด้านซ้าย และชาแบร์ ได้รับใบเหลืองไปด้วยเนื่องจากไปเถียงผู้ตัดสิน และดัสกร ทองเหลาเป็นผู้ยิงแต่ไปติดกองหลังที่อุดกันอยู่ที่ปากประตู

 

น.37 ปาเลสไตน์ได้ลูกฟรีคิกว่า 40 หลา เป็นมูรัด อัลยานขอยิงเอง แต่บอลเหินข้ามคานไปไกล นาทีต่อมาพิชิตพงษ์ เฉยฉิว โดนผู้เล่นปาเลสไตน์เข้าบอลหนัก แต่ไม่เป็นอะไรมากลุกขึ้นมาเล่นต่อได้

 

น.40 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยอีกครั้ง เป็นทางด้านสุทธินันท์ พุกหอม เติมเกมขึ้นมาทางด้านซ้าย แล้วเปิดเข้าไปกลางให้สุเชาว์ นุชนุ่ม โหม่งแต่กดไม่ลงบอลออกหลังไป นาทีต่อมา ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ เติมเกมรุกมาเล่นกับชาคริต บัวทอง แต่จังหวะสุดท้ายชาคริต ยิงแป๊ก เจ้าตัวเสียดาย

 

น.42 ทีมชาติไทยเรียกฟาล์วหน้ากรอบเขตโทษระยะ 20 หลาได้อีกครั้งจากดัสกร ทองเหลา และเป็นทางด้านดัสกร ขอยิงเองแต่ยิงไปติดกำแพงปาเลสไตน์ ผู้ตัดสินทดเวลาการแข่งขันในครึ่งแรก 2 นาที ช่วงทดเวลาเจ็บ อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี ไปทำฟาล์วดัสกร ทองเหลา ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองที่ 3 ของเกมนี้ให้ทันที หมดครึ่งเวลาแรกทีมชาติไทย นำ ทีมชาติปาเลสไตน์ อยู่ 1-0

 

เริ่มเกมในครึ่งหลัง ทางทีมชาติปาเลสไตน์ขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรก โดยเอามูรัด เซดออกและส่งฮอสซัม วาดี้ ลงไปเล่นแทน น.49 จังหวะของทีมชาติไทยอีกครั้ง โดยธีรศิลป์ แดงดาได้บอลคนเดียวในแดนหน้าลากไปถึงกรอบเขตโทษระยะ 8 หลาทางด้านขวา แล้วรอเพื่อนให้ดัสกร ทองเหลาเติมขึ้นมาสับไกยิง แต่โดนกองหลังปาเลสไตน์เบียดทำให้ยิงไม่ถนัด บอลออกหลังไป

 

น.51 ทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นบ้าง โดยเอากีรติ เขียวสมบัติลงไปเล่นแทนชาคริต บัวทอง ท่ามกลางเสียงแฟนบอลที่เฮ ต้อนรับการการลงสนาม ซึ่งปรับมาเล่นแผน 4-4-2 ในช่วงครึ่งเวลาหลัง

 

น.55 ใบเหลือปลิวอีกครั้ง หลังจากที่มาเจ็ด อบาสสิดูไปทำฟาล์วสุเชาว์ นุชนุ่ม ทางด้านหลังเป็นใบเหลืองใบที่ 4 ของปาเลสไตน์ อีกสองนาทีต่อมา ดัสกร ทองเหลา ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ เห็นโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ออกมาไกลพยายามชิบบอลให้ข้ามหัวแต่บอลแรงออกหลังไป นาทีต่อมาทีมชาติปาเลสไตน์เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนที่ 2 โดยเอาโมอัมเหม็ดออกและส่งอาลีฟ คาทีฟ ลงไปเล่นแทน

 

น.60 ทีมชาติไทยเซ็ตเกมกันขึ้นมาจนมาถึงพิชิตพงษ์ เฉยฉิว ลองส่องไกลบ้าง แต่บอลออกข้างไป  น.72 ทีมชาติไทยได้ลูกฟรีคิกระยะ 22 หลา ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่ปั่นฟรีคิก ยิงโค้งบอลย้อยชนคานอย่างจัง เกือบจะใส่สกอร์ให้ทีมชาติไทยได้อีกครั้ง นาทีถัดมา อับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ หัวโขกกับกีรติ เขียวสมบัติ ต้องหยุดเกมชั่วคราวเพื่อปฐมพยาบาลที่ข้างสนาม จนกีรติ ไม่สามารถเล่นต่อได้ จึงเปลี่ยนสุรัตน์ สุขะลงไปเล่นแทน

 

น.80 ไทยเล่นบอลเร็วจากการได้ฟาล์ว และเป็นณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ ปั่นด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เกือบจะเข้าประตูแต่โดนโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ บินเซฟปัดออกหลังไปได้ น.85 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยๆอยีกครั้ง จากการเปิดของอดุลย์ หละโสะทะลุช่องให้ธีรศิลป์ แดงดา ทางด้านซ้ายหลุดแผงหลังไปแล้ว แต่ธีรศิลป์ ยิงด้วยซ้ายบอลไม่เข้ากรอบ และทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวเอาจักรพันธ์ แก้วพรม คนทำประตูออกและส่งปรัชญ์ สมัครราษฏร์ ลงไปเล่นแทน

 

ผู้ตัดสินทดเวลาเจ็บ 4 นาที และเข้าสู่การทดเวลาเจ็บนาทีแรก ทีมชาติไทยได้จุดโทษจากการลากเข้าไปของธีรศิลป์ แดงดา และโดนอับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ สกัดในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที เป็นทางด้านสุเชาว์ นุชนุ่ม ยิงไปทางซ้ายมือของตัวเองแต่บอลไปชนเสาออกข้างไป
หมดเวลาการแข่งขันทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติปาเลสไตน์ไปได้ 1-0

 

ส่วนโปรแกรมนัดต่อไปของทีมชาติไทยจะต้องออกไป เยือนทีมชาติปาเลสไตน์ ที่กรุงเวสแบงค์ ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ค.นี้ โดยจะต้องบุกไปเอาผลเสมอมาให้ได้เป็นอย่างน้อยถึงจะได้ผ่านเข้ารอบต่อไป และอยู่ในเส้นทางของฟุตบอลโลก 2014

 

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

 

ทีมชาติไทย: กวิน ธรรมสัจจานันท์(ผู้รักษาประตู),ชลทิตย์ จันตคาม,สุทธินันท์ พุกหอม,ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์,จักรพันธ์ แก้วพรม(ปรัชญ์ สมัครราษฏร์),ดัสกร ทองเหลา,สุเชาว์ นุชนุ่ม,ธีรศิลป์ แดงดา,อดุลย์ หละโสะ,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง(กีรติ เขียวสมบัติ)(สุรัตน์ สุขะ)

 

ทีมชาติปาเลสไตน์: โมฮัมเหม็ด ชาแบร์(ผู้รักษาประตู),มาเจ็ท อบาสซิดู,อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี่,โอมาร์ จารัน,คารัด มาร์ดี้,อาทีฟ อับบูเบลลาร์,มูรัด อัลยาน,อิสมาอิล อัลลามัวร์,โมฮัมเหม็ด โมฮัมเหม็ด(ฮอสซัม วาดี้),คาเดอร์ อาบูฮัมหมัด,มูรัด เซด(อาลีฟ อาทีฟ)


ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

 

 

ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ
ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

ทีมชาติไทยทำได้แค่เฉือนปาเลสไตน์ไป 1-0 ในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดแรก จักรพันธ์ แก้วพรม ประเดิมประตูแรกในสีเสื้อ ทีมชาติ สุเชาว์ มาพลาดจุดโทษช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย ต้องไปเหนื่อยกันต่อนัดที่ 2 ในวันที่ 28 ก.ค.นี้

 

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบที่ 2 นัดแรก ในวันเสาร์ที่ 23 ก.ค. 54 ระหว่างทีมชาติไทย ที่ห่างแมตซ์แข่งขันระดับชาติมาถึง 8 เดือนเต็ม เปิดรังนิว ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม จังหวัดบุรีรัมย์ ต้อนรับการมาเยือนของทีมชาติปาเลสไตน์ ที่สามารถผ่านทีมชาติอัฟกานิสถาน มาได้ในรอบแรกที่ผ่านมา

 

ขุนพลช้างศึก ทีมชาติไทย โดยการคุมทีมระยะเวลาเพียง 4 สัปดาห์ ของ”วินนี่” วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมัน ได้ปรับระบบการเล่นเป็น 4-5-1 โดยให้ธีรศิลป์ แดงดา ยืนหน้าคนเดียว และใช้สุทธินันท์ พุกหอม ยืนเป็นแบ็คซ้าย และจักรพันธ์ แก้วพรม ยืนแบ็คขวา ส่วนแดนกลางใช้ อลุลย์ หละโสะ,ดัสกร ทองเหลา,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง และสุเชาว์ นุชนุ่ม

 

ส่วนทางทีมชาติปาเลสไตน์ของมูสซ่า บาซัส กุนซือใหญ่ของทีม ที่เคยทำงานร่วมกับ วินนี่ วินฟรีด เชเฟอร์ ในตะวันออกกลางมาแล้ว ส่งผู้เล่นตัวหลักอย่าง โอมาร์ จารัน ,มูรัด อัลยาน,อาทีฟ อัลลูเบลลาร์ ส่วนทางด้านศูนย์หน้าตัวเก่งอย่าง ฟาเฮ็ด อัลเตา มีชื่อเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น ซึ่งบรรยากาศก่อนเกมก็เป็นไปอย่างคึกคักแฟนบอลชาวบุรีรัมย์ และแฟนบอลชาวไทยต่างแห่แหนเข้ามาให้กำลังใจกันกว่า 20,000 คน

 

เริ่มเกมครึ่งแรก นาทีแรกของเกม ไทยมีโอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ชาคริต บัวทอง ลากบอลถึงริมเส้นด้านซ้าย แล้วเปิดเข้ากลาง ให้สุเชาว์ นุชนุ่ม ดีดบอลแต่ไม่เต็มเท้าก่อนที่กองหลังปาเลสไตน์ จะเคลียร์ออกมาได้ อย่างหวุดหวิดแฟนบอลได้เสียวกันตั้งแต่นาทีแรก

 

น.6 ทีมชาติไทยได้ลูกเตะมุมทางด้านซ้าย ดัสกร ทองเหลา เปิดเข้ากลางให้สุเชาว์ นุขนุ่ม เทคตัวขึ้นโหม่งเช็ดที่เสาแรก บอลออกเสาสองไปนิดเดียว ได้เสียวอีกครั้ง

 

น.11 มูรัด อัลยาน กองหน้าของทีมปาเลสไตน์ได้รับใบเหลืองแรกของเกม เนื่องจากไปยืนขวางที่บอล ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้ทันที อีกสามนาทีต่อมา พิชิตพงษ์ เฉยฉิวลากบอลเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษ โดนมาเจ็ท อบาสสิดู ทำฟาล์ว ไทยได้ฟรีคิก ระยะ 25 หลา เป็นทาง ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่แต่ ยิงออกไปไกล ไม่ได้ลุ้น

 

น.18 ไทยมาประสบความสำเร็จ จาก ชาคริต บัวทอง เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย บอลหลุดเลยไปทางขวา เป็นจักรพันธ์ แก้วพรม ที่เติมขึ้นมาซัดตูมเดียว เป็นประตูขึ้นนำ 1-0  น.22 เป็นโอกาสของทีมชาติไทยอีกครั้ง จากการยิงของสุเชาว์ นุชนุ่ม ด้วยเท้าซ้ายระยะ 25 หลา บอลพุ่งตรงมายังเสาสองแต่ไปชนสามเหลี่ยมกระดอนออกมา แฟนบอลเฮเก้อกันทั้งสนาม

 

น.29 ปาเลสไตน์ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เป็นทางด้านโมฮัมเหม็ด รับหน้าที่สังหารแต่บอลโด่งออกไปไกลไม่ได้ลุ้น
ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกเกมยังเป็นของช้างศึกทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเล่นด้วยความมั่นใจ และด้วยสกอร์ที่นำอยู่ 1-0 ทำให้เล่นได้ง่ายขึ้น

 

น.32 มาเจ็ท อบาสสิดู แตะบอลคืน โมฮัมเหม็ด ชาแบร์ ผู้ตัดสินให้เป็นลูกฟาล์วในระยะ 6 หลาด้านซ้าย และชาแบร์ ได้รับใบเหลืองไปด้วยเนื่องจากไปเถียงผู้ตัดสิน และดัสกร ทองเหลาเป็นผู้ยิงแต่ไปติดกองหลังที่อุดกันอยู่ที่ปากประตู

 

น.37 ปาเลสไตน์ได้ลูกฟรีคิกว่า 40 หลา เป็นมูรัด อัลยานขอยิงเอง แต่บอลเหินข้ามคานไปไกล นาทีต่อมาพิชิตพงษ์ เฉยฉิว โดนผู้เล่นปาเลสไตน์เข้าบอลหนัก แต่ไม่เป็นอะไรมากลุกขึ้นมาเล่นต่อได้

 

น.40 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยอีกครั้ง เป็นทางด้านสุทธินันท์ พุกหอม เติมเกมขึ้นมาทางด้านซ้าย แล้วเปิดเข้าไปกลางให้สุเชาว์ นุชนุ่ม โหม่งแต่กดไม่ลงบอลออกหลังไป นาทีต่อมา ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ เติมเกมรุกมาเล่นกับชาคริต บัวทอง แต่จังหวะสุดท้ายชาคริต ยิงแป๊ก เจ้าตัวเสียดาย

 

น.42 ทีมชาติไทยเรียกฟาล์วหน้ากรอบเขตโทษระยะ 20 หลาได้อีกครั้งจากดัสกร ทองเหลา และเป็นทางด้านดัสกร ขอยิงเองแต่ยิงไปติดกำแพงปาเลสไตน์ ผู้ตัดสินทดเวลาการแข่งขันในครึ่งแรก 2 นาที ช่วงทดเวลาเจ็บ อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี ไปทำฟาล์วดัสกร ทองเหลา ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองที่ 3 ของเกมนี้ให้ทันที หมดครึ่งเวลาแรกทีมชาติไทย นำ ทีมชาติปาเลสไตน์ อยู่ 1-0

 

เริ่มเกมในครึ่งหลัง ทางทีมชาติปาเลสไตน์ขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรก โดยเอามูรัด เซดออกและส่งฮอสซัม วาดี้ ลงไปเล่นแทน น.49 จังหวะของทีมชาติไทยอีกครั้ง โดยธีรศิลป์ แดงดาได้บอลคนเดียวในแดนหน้าลากไปถึงกรอบเขตโทษระยะ 8 หลาทางด้านขวา แล้วรอเพื่อนให้ดัสกร ทองเหลาเติมขึ้นมาสับไกยิง แต่โดนกองหลังปาเลสไตน์เบียดทำให้ยิงไม่ถนัด บอลออกหลังไป

 

น.51 ทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นบ้าง โดยเอากีรติ เขียวสมบัติลงไปเล่นแทนชาคริต บัวทอง ท่ามกลางเสียงแฟนบอลที่เฮ ต้อนรับการการลงสนาม ซึ่งปรับมาเล่นแผน 4-4-2 ในช่วงครึ่งเวลาหลัง

 

น.55 ใบเหลือปลิวอีกครั้ง หลังจากที่มาเจ็ด อบาสสิดูไปทำฟาล์วสุเชาว์ นุชนุ่ม ทางด้านหลังเป็นใบเหลืองใบที่ 4 ของปาเลสไตน์ อีกสองนาทีต่อมา ดัสกร ทองเหลา ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ เห็นโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ออกมาไกลพยายามชิบบอลให้ข้ามหัวแต่บอลแรงออกหลังไป นาทีต่อมาทีมชาติปาเลสไตน์เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนที่ 2 โดยเอาโมอัมเหม็ดออกและส่งอาลีฟ คาทีฟ ลงไปเล่นแทน

 

น.60 ทีมชาติไทยเซ็ตเกมกันขึ้นมาจนมาถึงพิชิตพงษ์ เฉยฉิว ลองส่องไกลบ้าง แต่บอลออกข้างไป  น.72 ทีมชาติไทยได้ลูกฟรีคิกระยะ 22 หลา ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่ปั่นฟรีคิก ยิงโค้งบอลย้อยชนคานอย่างจัง เกือบจะใส่สกอร์ให้ทีมชาติไทยได้อีกครั้ง นาทีถัดมา อับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ หัวโขกกับกีรติ เขียวสมบัติ ต้องหยุดเกมชั่วคราวเพื่อปฐมพยาบาลที่ข้างสนาม จนกีรติ ไม่สามารถเล่นต่อได้ จึงเปลี่ยนสุรัตน์ สุขะลงไปเล่นแทน

 

น.80 ไทยเล่นบอลเร็วจากการได้ฟาล์ว และเป็นณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ ปั่นด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เกือบจะเข้าประตูแต่โดนโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ บินเซฟปัดออกหลังไปได้ น.85 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยๆอยีกครั้ง จากการเปิดของอดุลย์ หละโสะทะลุช่องให้ธีรศิลป์ แดงดา ทางด้านซ้ายหลุดแผงหลังไปแล้ว แต่ธีรศิลป์ ยิงด้วยซ้ายบอลไม่เข้ากรอบ และทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวเอาจักรพันธ์ แก้วพรม คนทำประตูออกและส่งปรัชญ์ สมัครราษฏร์ ลงไปเล่นแทน

 

ผู้ตัดสินทดเวลาเจ็บ 4 นาที และเข้าสู่การทดเวลาเจ็บนาทีแรก ทีมชาติไทยได้จุดโทษจากการลากเข้าไปของธีรศิลป์ แดงดา และโดนอับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ สกัดในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที เป็นทางด้านสุเชาว์ นุชนุ่ม ยิงไปทางซ้ายมือของตัวเองแต่บอลไปชนเสาออกข้างไป
หมดเวลาการแข่งขันทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติปาเลสไตน์ไปได้ 1-0

 

ส่วนโปรแกรมนัดต่อไปของทีมชาติไทยจะต้องออกไป เยือนทีมชาติปาเลสไตน์ ที่กรุงเวสแบงค์ ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ค.นี้ โดยจะต้องบุกไปเอาผลเสมอมาให้ได้เป็นอย่างน้อยถึงจะได้ผ่านเข้ารอบต่อไป และอยู่ในเส้นทางของฟุตบอลโลก 2014

 

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

 

ทีมชาติไทย: กวิน ธรรมสัจจานันท์(ผู้รักษาประตู),ชลทิตย์ จันตคาม,สุทธินันท์ พุกหอม,ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์,จักรพันธ์ แก้วพรม(ปรัชญ์ สมัครราษฏร์),ดัสกร ทองเหลา,สุเชาว์ นุชนุ่ม,ธีรศิลป์ แดงดา,อดุลย์ หละโสะ,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง(กีรติ เขียวสมบัติ)(สุรัตน์ สุขะ)

 

ทีมชาติปาเลสไตน์: โมฮัมเหม็ด ชาแบร์(ผู้รักษาประตู),มาเจ็ท อบาสซิดู,อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี่,โอมาร์ จารัน,คารัด มาร์ดี้,อาทีฟ อับบูเบลลาร์,มูรัด อัลยาน,อิสมาอิล อัลลามัวร์,โมฮัมเหม็ด โมฮัมเหม็ด(ฮอสซัม วาดี้),คาเดอร์ อาบูฮัมหมัด,มูรัด เซด(อาลีฟ อาทีฟ)

ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

 

 

ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ
ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

ทีมชาติไทยทำได้แค่เฉือนปาเลสไตน์ไป 1-0 ในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดแรก จักรพันธ์ แก้วพรม ประเดิมประตูแรกในสีเสื้อ ทีมชาติ สุเชาว์ มาพลาดจุดโทษช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย ต้องไปเหนื่อยกันต่อนัดที่ 2 ในวันที่ 28 ก.ค.นี้

 

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบที่ 2 นัดแรก ในวันเสาร์ที่ 23 ก.ค. 54 ระหว่างทีมชาติไทย ที่ห่างแมตซ์แข่งขันระดับชาติมาถึง 8 เดือนเต็ม เปิดรังนิว ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม จังหวัดบุรีรัมย์ ต้อนรับการมาเยือนของทีมชาติปาเลสไตน์ ที่สามารถผ่านทีมชาติอัฟกานิสถาน มาได้ในรอบแรกที่ผ่านมา

 

ขุนพลช้างศึก ทีมชาติไทย โดยการคุมทีมระยะเวลาเพียง 4 สัปดาห์ ของ”วินนี่” วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมัน ได้ปรับระบบการเล่นเป็น 4-5-1 โดยให้ธีรศิลป์ แดงดา ยืนหน้าคนเดียว และใช้สุทธินันท์ พุกหอม ยืนเป็นแบ็คซ้าย และจักรพันธ์ แก้วพรม ยืนแบ็คขวา ส่วนแดนกลางใช้ อลุลย์ หละโสะ,ดัสกร ทองเหลา,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง และสุเชาว์ นุชนุ่ม

 

ส่วนทางทีมชาติปาเลสไตน์ของมูสซ่า บาซัส กุนซือใหญ่ของทีม ที่เคยทำงานร่วมกับ วินนี่ วินฟรีด เชเฟอร์ ในตะวันออกกลางมาแล้ว ส่งผู้เล่นตัวหลักอย่าง โอมาร์ จารัน ,มูรัด อัลยาน,อาทีฟ อัลลูเบลลาร์ ส่วนทางด้านศูนย์หน้าตัวเก่งอย่าง ฟาเฮ็ด อัลเตา มีชื่อเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น ซึ่งบรรยากาศก่อนเกมก็เป็นไปอย่างคึกคักแฟนบอลชาวบุรีรัมย์ และแฟนบอลชาวไทยต่างแห่แหนเข้ามาให้กำลังใจกันกว่า 20,000 คน

 

เริ่มเกมครึ่งแรก นาทีแรกของเกม ไทยมีโอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ชาคริต บัวทอง ลากบอลถึงริมเส้นด้านซ้าย แล้วเปิดเข้ากลาง ให้สุเชาว์ นุชนุ่ม ดีดบอลแต่ไม่เต็มเท้าก่อนที่กองหลังปาเลสไตน์ จะเคลียร์ออกมาได้ อย่างหวุดหวิดแฟนบอลได้เสียวกันตั้งแต่นาทีแรก

 

น.6 ทีมชาติไทยได้ลูกเตะมุมทางด้านซ้าย ดัสกร ทองเหลา เปิดเข้ากลางให้สุเชาว์ นุขนุ่ม เทคตัวขึ้นโหม่งเช็ดที่เสาแรก บอลออกเสาสองไปนิดเดียว ได้เสียวอีกครั้ง

 

น.11 มูรัด อัลยาน กองหน้าของทีมปาเลสไตน์ได้รับใบเหลืองแรกของเกม เนื่องจากไปยืนขวางที่บอล ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้ทันที อีกสามนาทีต่อมา พิชิตพงษ์ เฉยฉิวลากบอลเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษ โดนมาเจ็ท อบาสสิดู ทำฟาล์ว ไทยได้ฟรีคิก ระยะ 25 หลา เป็นทาง ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่แต่ ยิงออกไปไกล ไม่ได้ลุ้น

 

น.18 ไทยมาประสบความสำเร็จ จาก ชาคริต บัวทอง เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย บอลหลุดเลยไปทางขวา เป็นจักรพันธ์ แก้วพรม ที่เติมขึ้นมาซัดตูมเดียว เป็นประตูขึ้นนำ 1-0  น.22 เป็นโอกาสของทีมชาติไทยอีกครั้ง จากการยิงของสุเชาว์ นุชนุ่ม ด้วยเท้าซ้ายระยะ 25 หลา บอลพุ่งตรงมายังเสาสองแต่ไปชนสามเหลี่ยมกระดอนออกมา แฟนบอลเฮเก้อกันทั้งสนาม

 

น.29 ปาเลสไตน์ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เป็นทางด้านโมฮัมเหม็ด รับหน้าที่สังหารแต่บอลโด่งออกไปไกลไม่ได้ลุ้น
ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกเกมยังเป็นของช้างศึกทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเล่นด้วยความมั่นใจ และด้วยสกอร์ที่นำอยู่ 1-0 ทำให้เล่นได้ง่ายขึ้น

 

น.32 มาเจ็ท อบาสสิดู แตะบอลคืน โมฮัมเหม็ด ชาแบร์ ผู้ตัดสินให้เป็นลูกฟาล์วในระยะ 6 หลาด้านซ้าย และชาแบร์ ได้รับใบเหลืองไปด้วยเนื่องจากไปเถียงผู้ตัดสิน และดัสกร ทองเหลาเป็นผู้ยิงแต่ไปติดกองหลังที่อุดกันอยู่ที่ปากประตู

 

น.37 ปาเลสไตน์ได้ลูกฟรีคิกว่า 40 หลา เป็นมูรัด อัลยานขอยิงเอง แต่บอลเหินข้ามคานไปไกล นาทีต่อมาพิชิตพงษ์ เฉยฉิว โดนผู้เล่นปาเลสไตน์เข้าบอลหนัก แต่ไม่เป็นอะไรมากลุกขึ้นมาเล่นต่อได้

 

น.40 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยอีกครั้ง เป็นทางด้านสุทธินันท์ พุกหอม เติมเกมขึ้นมาทางด้านซ้าย แล้วเปิดเข้าไปกลางให้สุเชาว์ นุชนุ่ม โหม่งแต่กดไม่ลงบอลออกหลังไป นาทีต่อมา ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ เติมเกมรุกมาเล่นกับชาคริต บัวทอง แต่จังหวะสุดท้ายชาคริต ยิงแป๊ก เจ้าตัวเสียดาย

 

น.42 ทีมชาติไทยเรียกฟาล์วหน้ากรอบเขตโทษระยะ 20 หลาได้อีกครั้งจากดัสกร ทองเหลา และเป็นทางด้านดัสกร ขอยิงเองแต่ยิงไปติดกำแพงปาเลสไตน์ ผู้ตัดสินทดเวลาการแข่งขันในครึ่งแรก 2 นาที ช่วงทดเวลาเจ็บ อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี ไปทำฟาล์วดัสกร ทองเหลา ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองที่ 3 ของเกมนี้ให้ทันที หมดครึ่งเวลาแรกทีมชาติไทย นำ ทีมชาติปาเลสไตน์ อยู่ 1-0

 

เริ่มเกมในครึ่งหลัง ทางทีมชาติปาเลสไตน์ขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรก โดยเอามูรัด เซดออกและส่งฮอสซัม วาดี้ ลงไปเล่นแทน น.49 จังหวะของทีมชาติไทยอีกครั้ง โดยธีรศิลป์ แดงดาได้บอลคนเดียวในแดนหน้าลากไปถึงกรอบเขตโทษระยะ 8 หลาทางด้านขวา แล้วรอเพื่อนให้ดัสกร ทองเหลาเติมขึ้นมาสับไกยิง แต่โดนกองหลังปาเลสไตน์เบียดทำให้ยิงไม่ถนัด บอลออกหลังไป

 

น.51 ทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นบ้าง โดยเอากีรติ เขียวสมบัติลงไปเล่นแทนชาคริต บัวทอง ท่ามกลางเสียงแฟนบอลที่เฮ ต้อนรับการการลงสนาม ซึ่งปรับมาเล่นแผน 4-4-2 ในช่วงครึ่งเวลาหลัง

 

น.55 ใบเหลือปลิวอีกครั้ง หลังจากที่มาเจ็ด อบาสสิดูไปทำฟาล์วสุเชาว์ นุชนุ่ม ทางด้านหลังเป็นใบเหลืองใบที่ 4 ของปาเลสไตน์ อีกสองนาทีต่อมา ดัสกร ทองเหลา ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ เห็นโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ออกมาไกลพยายามชิบบอลให้ข้ามหัวแต่บอลแรงออกหลังไป นาทีต่อมาทีมชาติปาเลสไตน์เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนที่ 2 โดยเอาโมอัมเหม็ดออกและส่งอาลีฟ คาทีฟ ลงไปเล่นแทน

 

น.60 ทีมชาติไทยเซ็ตเกมกันขึ้นมาจนมาถึงพิชิตพงษ์ เฉยฉิว ลองส่องไกลบ้าง แต่บอลออกข้างไป  น.72 ทีมชาติไทยได้ลูกฟรีคิกระยะ 22 หลา ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่ปั่นฟรีคิก ยิงโค้งบอลย้อยชนคานอย่างจัง เกือบจะใส่สกอร์ให้ทีมชาติไทยได้อีกครั้ง นาทีถัดมา อับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ หัวโขกกับกีรติ เขียวสมบัติ ต้องหยุดเกมชั่วคราวเพื่อปฐมพยาบาลที่ข้างสนาม จนกีรติ ไม่สามารถเล่นต่อได้ จึงเปลี่ยนสุรัตน์ สุขะลงไปเล่นแทน

 

น.80 ไทยเล่นบอลเร็วจากการได้ฟาล์ว และเป็นณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ ปั่นด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เกือบจะเข้าประตูแต่โดนโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ บินเซฟปัดออกหลังไปได้ น.85 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยๆอยีกครั้ง จากการเปิดของอดุลย์ หละโสะทะลุช่องให้ธีรศิลป์ แดงดา ทางด้านซ้ายหลุดแผงหลังไปแล้ว แต่ธีรศิลป์ ยิงด้วยซ้ายบอลไม่เข้ากรอบ และทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวเอาจักรพันธ์ แก้วพรม คนทำประตูออกและส่งปรัชญ์ สมัครราษฏร์ ลงไปเล่นแทน

 

ผู้ตัดสินทดเวลาเจ็บ 4 นาที และเข้าสู่การทดเวลาเจ็บนาทีแรก ทีมชาติไทยได้จุดโทษจากการลากเข้าไปของธีรศิลป์ แดงดา และโดนอับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ สกัดในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที เป็นทางด้านสุเชาว์ นุชนุ่ม ยิงไปทางซ้ายมือของตัวเองแต่บอลไปชนเสาออกข้างไป
หมดเวลาการแข่งขันทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติปาเลสไตน์ไปได้ 1-0

 

ส่วนโปรแกรมนัดต่อไปของทีมชาติไทยจะต้องออกไป เยือนทีมชาติปาเลสไตน์ ที่กรุงเวสแบงค์ ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ค.นี้ โดยจะต้องบุกไปเอาผลเสมอมาให้ได้เป็นอย่างน้อยถึงจะได้ผ่านเข้ารอบต่อไป และอยู่ในเส้นทางของฟุตบอลโลก 2014

 

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

 

ทีมชาติไทย: กวิน ธรรมสัจจานันท์(ผู้รักษาประตู),ชลทิตย์ จันตคาม,สุทธินันท์ พุกหอม,ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์,จักรพันธ์ แก้วพรม(ปรัชญ์ สมัครราษฏร์),ดัสกร ทองเหลา,สุเชาว์ นุชนุ่ม,ธีรศิลป์ แดงดา,อดุลย์ หละโสะ,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง(กีรติ เขียวสมบัติ)(สุรัตน์ สุขะ)

 

ทีมชาติปาเลสไตน์: โมฮัมเหม็ด ชาแบร์(ผู้รักษาประตู),มาเจ็ท อบาสซิดู,อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี่,โอมาร์ จารัน,คารัด มาร์ดี้,อาทีฟ อับบูเบลลาร์,มูรัด อัลยาน,อิสมาอิล อัลลามัวร์,โมฮัมเหม็ด โมฮัมเหม็ด(ฮอสซัม วาดี้),คาเดอร์ อาบูฮัมหมัด,มูรัด เซด(อาลีฟ อาทีฟ)


ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

 

  • (+ให้คะแนนบทความ)
     
    <

ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

 

 

ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ
ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

ทีมชาติไทยทำได้แค่เฉือนปาเลสไตน์ไป 1-0 ในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดแรก จักรพันธ์ แก้วพรม ประเดิมประตูแรกในสีเสื้อ ทีมชาติ สุเชาว์ มาพลาดจุดโทษช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย ต้องไปเหนื่อยกันต่อนัดที่ 2 ในวันที่ 28 ก.ค.นี้

 

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบที่ 2 นัดแรก ในวันเสาร์ที่ 23 ก.ค. 54 ระหว่างทีมชาติไทย ที่ห่างแมตซ์แข่งขันระดับชาติมาถึง 8 เดือนเต็ม เปิดรังนิว ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม จังหวัดบุรีรัมย์ ต้อนรับการมาเยือนของทีมชาติปาเลสไตน์ ที่สามารถผ่านทีมชาติอัฟกานิสถาน มาได้ในรอบแรกที่ผ่านมา

 

ขุนพลช้างศึก ทีมชาติไทย โดยการคุมทีมระยะเวลาเพียง 4 สัปดาห์ ของ”วินนี่” วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมัน ได้ปรับระบบการเล่นเป็น 4-5-1 โดยให้ธีรศิลป์ แดงดา ยืนหน้าคนเดียว และใช้สุทธินันท์ พุกหอม ยืนเป็นแบ็คซ้าย และจักรพันธ์ แก้วพรม ยืนแบ็คขวา ส่วนแดนกลางใช้ อลุลย์ หละโสะ,ดัสกร ทองเหลา,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง และสุเชาว์ นุชนุ่ม

 

ส่วนทางทีมชาติปาเลสไตน์ของมูสซ่า บาซัส กุนซือใหญ่ของทีม ที่เคยทำงานร่วมกับ วินนี่ วินฟรีด เชเฟอร์ ในตะวันออกกลางมาแล้ว ส่งผู้เล่นตัวหลักอย่าง โอมาร์ จารัน ,มูรัด อัลยาน,อาทีฟ อัลลูเบลลาร์ ส่วนทางด้านศูนย์หน้าตัวเก่งอย่าง ฟาเฮ็ด อัลเตา มีชื่อเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น ซึ่งบรรยากาศก่อนเกมก็เป็นไปอย่างคึกคักแฟนบอลชาวบุรีรัมย์ และแฟนบอลชาวไทยต่างแห่แหนเข้ามาให้กำลังใจกันกว่า 20,000 คน

 

เริ่มเกมครึ่งแรก นาทีแรกของเกม ไทยมีโอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ชาคริต บัวทอง ลากบอลถึงริมเส้นด้านซ้าย แล้วเปิดเข้ากลาง ให้สุเชาว์ นุชนุ่ม ดีดบอลแต่ไม่เต็มเท้าก่อนที่กองหลังปาเลสไตน์ จะเคลียร์ออกมาได้ อย่างหวุดหวิดแฟนบอลได้เสียวกันตั้งแต่นาทีแรก

 

น.6 ทีมชาติไทยได้ลูกเตะมุมทางด้านซ้าย ดัสกร ทองเหลา เปิดเข้ากลางให้สุเชาว์ นุขนุ่ม เทคตัวขึ้นโหม่งเช็ดที่เสาแรก บอลออกเสาสองไปนิดเดียว ได้เสียวอีกครั้ง

 

น.11 มูรัด อัลยาน กองหน้าของทีมปาเลสไตน์ได้รับใบเหลืองแรกของเกม เนื่องจากไปยืนขวางที่บอล ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้ทันที อีกสามนาทีต่อมา พิชิตพงษ์ เฉยฉิวลากบอลเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษ โดนมาเจ็ท อบาสสิดู ทำฟาล์ว ไทยได้ฟรีคิก ระยะ 25 หลา เป็นทาง ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่แต่ ยิงออกไปไกล ไม่ได้ลุ้น

 

น.18 ไทยมาประสบความสำเร็จ จาก ชาคริต บัวทอง เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย บอลหลุดเลยไปทางขวา เป็นจักรพันธ์ แก้วพรม ที่เติมขึ้นมาซัดตูมเดียว เป็นประตูขึ้นนำ 1-0  น.22 เป็นโอกาสของทีมชาติไทยอีกครั้ง จากการยิงของสุเชาว์ นุชนุ่ม ด้วยเท้าซ้ายระยะ 25 หลา บอลพุ่งตรงมายังเสาสองแต่ไปชนสามเหลี่ยมกระดอนออกมา แฟนบอลเฮเก้อกันทั้งสนาม

 

น.29 ปาเลสไตน์ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เป็นทางด้านโมฮัมเหม็ด รับหน้าที่สังหารแต่บอลโด่งออกไปไกลไม่ได้ลุ้น
ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกเกมยังเป็นของช้างศึกทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเล่นด้วยความมั่นใจ และด้วยสกอร์ที่นำอยู่ 1-0 ทำให้เล่นได้ง่ายขึ้น

 

น.32 มาเจ็ท อบาสสิดู แตะบอลคืน โมฮัมเหม็ด ชาแบร์ ผู้ตัดสินให้เป็นลูกฟาล์วในระยะ 6 หลาด้านซ้าย และชาแบร์ ได้รับใบเหลืองไปด้วยเนื่องจากไปเถียงผู้ตัดสิน และดัสกร ทองเหลาเป็นผู้ยิงแต่ไปติดกองหลังที่อุดกันอยู่ที่ปากประตู

 

น.37 ปาเลสไตน์ได้ลูกฟรีคิกว่า 40 หลา เป็นมูรัด อัลยานขอยิงเอง แต่บอลเหินข้ามคานไปไกล นาทีต่อมาพิชิตพงษ์ เฉยฉิว โดนผู้เล่นปาเลสไตน์เข้าบอลหนัก แต่ไม่เป็นอะไรมากลุกขึ้นมาเล่นต่อได้

 

น.40 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยอีกครั้ง เป็นทางด้านสุทธินันท์ พุกหอม เติมเกมขึ้นมาทางด้านซ้าย แล้วเปิดเข้าไปกลางให้สุเชาว์ นุชนุ่ม โหม่งแต่กดไม่ลงบอลออกหลังไป นาทีต่อมา ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ เติมเกมรุกมาเล่นกับชาคริต บัวทอง แต่จังหวะสุดท้ายชาคริต ยิงแป๊ก เจ้าตัวเสียดาย

 

น.42 ทีมชาติไทยเรียกฟาล์วหน้ากรอบเขตโทษระยะ 20 หลาได้อีกครั้งจากดัสกร ทองเหลา และเป็นทางด้านดัสกร ขอยิงเองแต่ยิงไปติดกำแพงปาเลสไตน์ ผู้ตัดสินทดเวลาการแข่งขันในครึ่งแรก 2 นาที ช่วงทดเวลาเจ็บ อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี ไปทำฟาล์วดัสกร ทองเหลา ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองที่ 3 ของเกมนี้ให้ทันที หมดครึ่งเวลาแรกทีมชาติไทย นำ ทีมชาติปาเลสไตน์ อยู่ 1-0

 

เริ่มเกมในครึ่งหลัง ทางทีมชาติปาเลสไตน์ขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรก โดยเอามูรัด เซดออกและส่งฮอสซัม วาดี้ ลงไปเล่นแทน น.49 จังหวะของทีมชาติไทยอีกครั้ง โดยธีรศิลป์ แดงดาได้บอลคนเดียวในแดนหน้าลากไปถึงกรอบเขตโทษระยะ 8 หลาทางด้านขวา แล้วรอเพื่อนให้ดัสกร ทองเหลาเติมขึ้นมาสับไกยิง แต่โดนกองหลังปาเลสไตน์เบียดทำให้ยิงไม่ถนัด บอลออกหลังไป

 

น.51 ทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นบ้าง โดยเอากีรติ เขียวสมบัติลงไปเล่นแทนชาคริต บัวทอง ท่ามกลางเสียงแฟนบอลที่เฮ ต้อนรับการการลงสนาม ซึ่งปรับมาเล่นแผน 4-4-2 ในช่วงครึ่งเวลาหลัง

 

น.55 ใบเหลือปลิวอีกครั้ง หลังจากที่มาเจ็ด อบาสสิดูไปทำฟาล์วสุเชาว์ นุชนุ่ม ทางด้านหลังเป็นใบเหลืองใบที่ 4 ของปาเลสไตน์ อีกสองนาทีต่อมา ดัสกร ทองเหลา ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ เห็นโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ออกมาไกลพยายามชิบบอลให้ข้ามหัวแต่บอลแรงออกหลังไป นาทีต่อมาทีมชาติปาเลสไตน์เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนที่ 2 โดยเอาโมอัมเหม็ดออกและส่งอาลีฟ คาทีฟ ลงไปเล่นแทน

 

น.60 ทีมชาติไทยเซ็ตเกมกันขึ้นมาจนมาถึงพิชิตพงษ์ เฉยฉิว ลองส่องไกลบ้าง แต่บอลออกข้างไป  น.72 ทีมชาติไทยได้ลูกฟรีคิกระยะ 22 หลา ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่ปั่นฟรีคิก ยิงโค้งบอลย้อยชนคานอย่างจัง เกือบจะใส่สกอร์ให้ทีมชาติไทยได้อีกครั้ง นาทีถัดมา อับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ หัวโขกกับกีรติ เขียวสมบัติ ต้องหยุดเกมชั่วคราวเพื่อปฐมพยาบาลที่ข้างสนาม จนกีรติ ไม่สามารถเล่นต่อได้ จึงเปลี่ยนสุรัตน์ สุขะลงไปเล่นแทน

 

น.80 ไทยเล่นบอลเร็วจากการได้ฟาล์ว และเป็นณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ ปั่นด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เกือบจะเข้าประตูแต่โดนโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ บินเซฟปัดออกหลังไปได้ น.85 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยๆอยีกครั้ง จากการเปิดของอดุลย์ หละโสะทะลุช่องให้ธีรศิลป์ แดงดา ทางด้านซ้ายหลุดแผงหลังไปแล้ว แต่ธีรศิลป์ ยิงด้วยซ้ายบอลไม่เข้ากรอบ และทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวเอาจักรพันธ์ แก้วพรม คนทำประตูออกและส่งปรัชญ์ สมัครราษฏร์ ลงไปเล่นแทน

 

ผู้ตัดสินทดเวลาเจ็บ 4 นาที และเข้าสู่การทดเวลาเจ็บนาทีแรก ทีมชาติไทยได้จุดโทษจากการลากเข้าไปของธีรศิลป์ แดงดา และโดนอับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ สกัดในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที เป็นทางด้านสุเชาว์ นุชนุ่ม ยิงไปทางซ้ายมือของตัวเองแต่บอลไปชนเสาออกข้างไป
หมดเวลาการแข่งขันทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติปาเลสไตน์ไปได้ 1-0

 

ส่วนโปรแกรมนัดต่อไปของทีมชาติไทยจะต้องออกไป เยือนทีมชาติปาเลสไตน์ ที่กรุงเวสแบงค์ ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ค.นี้ โดยจะต้องบุกไปเอาผลเสมอมาให้ได้เป็นอย่างน้อยถึงจะได้ผ่านเข้ารอบต่อไป และอยู่ในเส้นทางของฟุตบอลโลก 2014

 

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

 

ทีมชาติไทย: กวิน ธรรมสัจจานันท์(ผู้รักษาประตู),ชลทิตย์ จันตคาม,สุทธินันท์ พุกหอม,ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์,จักรพันธ์ แก้วพรม(ปรัชญ์ สมัครราษฏร์),ดัสกร ทองเหลา,สุเชาว์ นุชนุ่ม,ธีรศิลป์ แดงดา,อดุลย์ หละโสะ,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง(กีรติ เขียวสมบัติ)(สุรัตน์ สุขะ)

 

ทีมชาติปาเลสไตน์: โมฮัมเหม็ด ชาแบร์(ผู้รักษาประตู),มาเจ็ท อบาสซิดู,อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี่,โอมาร์ จารัน,คารัด มาร์ดี้,อาทีฟ อับบูเบลลาร์,มูรัด อัลยาน,อิสมาอิล อัลลามัวร์,โมฮัมเหม็ด โมฮัมเหม็ด(ฮอสซัม วาดี้),คาเดอร์ อาบูฮัมหมัด,มูรัด เซด(อาลีฟ อาทีฟ)

ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

 

 

ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ
ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

ทีมชาติไทยทำได้แค่เฉือนปาเลสไตน์ไป 1-0 ในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดแรก จักรพันธ์ แก้วพรม ประเดิมประตูแรกในสีเสื้อ ทีมชาติ สุเชาว์ มาพลาดจุดโทษช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย ต้องไปเหนื่อยกันต่อนัดที่ 2 ในวันที่ 28 ก.ค.นี้

 

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบที่ 2 นัดแรก ในวันเสาร์ที่ 23 ก.ค. 54 ระหว่างทีมชาติไทย ที่ห่างแมตซ์แข่งขันระดับชาติมาถึง 8 เดือนเต็ม เปิดรังนิว ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม จังหวัดบุรีรัมย์ ต้อนรับการมาเยือนของทีมชาติปาเลสไตน์ ที่สามารถผ่านทีมชาติอัฟกานิสถาน มาได้ในรอบแรกที่ผ่านมา

 

ขุนพลช้างศึก ทีมชาติไทย โดยการคุมทีมระยะเวลาเพียง 4 สัปดาห์ ของ”วินนี่” วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมัน ได้ปรับระบบการเล่นเป็น 4-5-1 โดยให้ธีรศิลป์ แดงดา ยืนหน้าคนเดียว และใช้สุทธินันท์ พุกหอม ยืนเป็นแบ็คซ้าย และจักรพันธ์ แก้วพรม ยืนแบ็คขวา ส่วนแดนกลางใช้ อลุลย์ หละโสะ,ดัสกร ทองเหลา,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง และสุเชาว์ นุชนุ่ม

 

ส่วนทางทีมชาติปาเลสไตน์ของมูสซ่า บาซัส กุนซือใหญ่ของทีม ที่เคยทำงานร่วมกับ วินนี่ วินฟรีด เชเฟอร์ ในตะวันออกกลางมาแล้ว ส่งผู้เล่นตัวหลักอย่าง โอมาร์ จารัน ,มูรัด อัลยาน,อาทีฟ อัลลูเบลลาร์ ส่วนทางด้านศูนย์หน้าตัวเก่งอย่าง ฟาเฮ็ด อัลเตา มีชื่อเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น ซึ่งบรรยากาศก่อนเกมก็เป็นไปอย่างคึกคักแฟนบอลชาวบุรีรัมย์ และแฟนบอลชาวไทยต่างแห่แหนเข้ามาให้กำลังใจกันกว่า 20,000 คน

 

เริ่มเกมครึ่งแรก นาทีแรกของเกม ไทยมีโอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ชาคริต บัวทอง ลากบอลถึงริมเส้นด้านซ้าย แล้วเปิดเข้ากลาง ให้สุเชาว์ นุชนุ่ม ดีดบอลแต่ไม่เต็มเท้าก่อนที่กองหลังปาเลสไตน์ จะเคลียร์ออกมาได้ อย่างหวุดหวิดแฟนบอลได้เสียวกันตั้งแต่นาทีแรก

 

น.6 ทีมชาติไทยได้ลูกเตะมุมทางด้านซ้าย ดัสกร ทองเหลา เปิดเข้ากลางให้สุเชาว์ นุขนุ่ม เทคตัวขึ้นโหม่งเช็ดที่เสาแรก บอลออกเสาสองไปนิดเดียว ได้เสียวอีกครั้ง

 

น.11 มูรัด อัลยาน กองหน้าของทีมปาเลสไตน์ได้รับใบเหลืองแรกของเกม เนื่องจากไปยืนขวางที่บอล ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้ทันที อีกสามนาทีต่อมา พิชิตพงษ์ เฉยฉิวลากบอลเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษ โดนมาเจ็ท อบาสสิดู ทำฟาล์ว ไทยได้ฟรีคิก ระยะ 25 หลา เป็นทาง ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่แต่ ยิงออกไปไกล ไม่ได้ลุ้น

 

น.18 ไทยมาประสบความสำเร็จ จาก ชาคริต บัวทอง เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย บอลหลุดเลยไปทางขวา เป็นจักรพันธ์ แก้วพรม ที่เติมขึ้นมาซัดตูมเดียว เป็นประตูขึ้นนำ 1-0  น.22 เป็นโอกาสของทีมชาติไทยอีกครั้ง จากการยิงของสุเชาว์ นุชนุ่ม ด้วยเท้าซ้ายระยะ 25 หลา บอลพุ่งตรงมายังเสาสองแต่ไปชนสามเหลี่ยมกระดอนออกมา แฟนบอลเฮเก้อกันทั้งสนาม

 

น.29 ปาเลสไตน์ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เป็นทางด้านโมฮัมเหม็ด รับหน้าที่สังหารแต่บอลโด่งออกไปไกลไม่ได้ลุ้น
ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกเกมยังเป็นของช้างศึกทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเล่นด้วยความมั่นใจ และด้วยสกอร์ที่นำอยู่ 1-0 ทำให้เล่นได้ง่ายขึ้น

 

น.32 มาเจ็ท อบาสสิดู แตะบอลคืน โมฮัมเหม็ด ชาแบร์ ผู้ตัดสินให้เป็นลูกฟาล์วในระยะ 6 หลาด้านซ้าย และชาแบร์ ได้รับใบเหลืองไปด้วยเนื่องจากไปเถียงผู้ตัดสิน และดัสกร ทองเหลาเป็นผู้ยิงแต่ไปติดกองหลังที่อุดกันอยู่ที่ปากประตู

 

น.37 ปาเลสไตน์ได้ลูกฟรีคิกว่า 40 หลา เป็นมูรัด อัลยานขอยิงเอง แต่บอลเหินข้ามคานไปไกล นาทีต่อมาพิชิตพงษ์ เฉยฉิว โดนผู้เล่นปาเลสไตน์เข้าบอลหนัก แต่ไม่เป็นอะไรมากลุกขึ้นมาเล่นต่อได้

 

น.40 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยอีกครั้ง เป็นทางด้านสุทธินันท์ พุกหอม เติมเกมขึ้นมาทางด้านซ้าย แล้วเปิดเข้าไปกลางให้สุเชาว์ นุชนุ่ม โหม่งแต่กดไม่ลงบอลออกหลังไป นาทีต่อมา ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ เติมเกมรุกมาเล่นกับชาคริต บัวทอง แต่จังหวะสุดท้ายชาคริต ยิงแป๊ก เจ้าตัวเสียดาย

 

น.42 ทีมชาติไทยเรียกฟาล์วหน้ากรอบเขตโทษระยะ 20 หลาได้อีกครั้งจากดัสกร ทองเหลา และเป็นทางด้านดัสกร ขอยิงเองแต่ยิงไปติดกำแพงปาเลสไตน์ ผู้ตัดสินทดเวลาการแข่งขันในครึ่งแรก 2 นาที ช่วงทดเวลาเจ็บ อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี ไปทำฟาล์วดัสกร ทองเหลา ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองที่ 3 ของเกมนี้ให้ทันที หมดครึ่งเวลาแรกทีมชาติไทย นำ ทีมชาติปาเลสไตน์ อยู่ 1-0

 

เริ่มเกมในครึ่งหลัง ทางทีมชาติปาเลสไตน์ขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรก โดยเอามูรัด เซดออกและส่งฮอสซัม วาดี้ ลงไปเล่นแทน น.49 จังหวะของทีมชาติไทยอีกครั้ง โดยธีรศิลป์ แดงดาได้บอลคนเดียวในแดนหน้าลากไปถึงกรอบเขตโทษระยะ 8 หลาทางด้านขวา แล้วรอเพื่อนให้ดัสกร ทองเหลาเติมขึ้นมาสับไกยิง แต่โดนกองหลังปาเลสไตน์เบียดทำให้ยิงไม่ถนัด บอลออกหลังไป

 

น.51 ทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นบ้าง โดยเอากีรติ เขียวสมบัติลงไปเล่นแทนชาคริต บัวทอง ท่ามกลางเสียงแฟนบอลที่เฮ ต้อนรับการการลงสนาม ซึ่งปรับมาเล่นแผน 4-4-2 ในช่วงครึ่งเวลาหลัง

 

น.55 ใบเหลือปลิวอีกครั้ง หลังจากที่มาเจ็ด อบาสสิดูไปทำฟาล์วสุเชาว์ นุชนุ่ม ทางด้านหลังเป็นใบเหลืองใบที่ 4 ของปาเลสไตน์ อีกสองนาทีต่อมา ดัสกร ทองเหลา ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ เห็นโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ออกมาไกลพยายามชิบบอลให้ข้ามหัวแต่บอลแรงออกหลังไป นาทีต่อมาทีมชาติปาเลสไตน์เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนที่ 2 โดยเอาโมอัมเหม็ดออกและส่งอาลีฟ คาทีฟ ลงไปเล่นแทน

 

น.60 ทีมชาติไทยเซ็ตเกมกันขึ้นมาจนมาถึงพิชิตพงษ์ เฉยฉิว ลองส่องไกลบ้าง แต่บอลออกข้างไป  น.72 ทีมชาติไทยได้ลูกฟรีคิกระยะ 22 หลา ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่ปั่นฟรีคิก ยิงโค้งบอลย้อยชนคานอย่างจัง เกือบจะใส่สกอร์ให้ทีมชาติไทยได้อีกครั้ง นาทีถัดมา อับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ หัวโขกกับกีรติ เขียวสมบัติ ต้องหยุดเกมชั่วคราวเพื่อปฐมพยาบาลที่ข้างสนาม จนกีรติ ไม่สามารถเล่นต่อได้ จึงเปลี่ยนสุรัตน์ สุขะลงไปเล่นแทน

 

น.80 ไทยเล่นบอลเร็วจากการได้ฟาล์ว และเป็นณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ ปั่นด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เกือบจะเข้าประตูแต่โดนโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ บินเซฟปัดออกหลังไปได้ น.85 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยๆอยีกครั้ง จากการเปิดของอดุลย์ หละโสะทะลุช่องให้ธีรศิลป์ แดงดา ทางด้านซ้ายหลุดแผงหลังไปแล้ว แต่ธีรศิลป์ ยิงด้วยซ้ายบอลไม่เข้ากรอบ และทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวเอาจักรพันธ์ แก้วพรม คนทำประตูออกและส่งปรัชญ์ สมัครราษฏร์ ลงไปเล่นแทน

 

ผู้ตัดสินทดเวลาเจ็บ 4 นาที และเข้าสู่การทดเวลาเจ็บนาทีแรก ทีมชาติไทยได้จุดโทษจากการลากเข้าไปของธีรศิลป์ แดงดา และโดนอับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ สกัดในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที เป็นทางด้านสุเชาว์ นุชนุ่ม ยิงไปทางซ้ายมือของตัวเองแต่บอลไปชนเสาออกข้างไป
หมดเวลาการแข่งขันทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติปาเลสไตน์ไปได้ 1-0

 

ส่วนโปรแกรมนัดต่อไปของทีมชาติไทยจะต้องออกไป เยือนทีมชาติปาเลสไตน์ ที่กรุงเวสแบงค์ ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ค.นี้ โดยจะต้องบุกไปเอาผลเสมอมาให้ได้เป็นอย่างน้อยถึงจะได้ผ่านเข้ารอบต่อไป และอยู่ในเส้นทางของฟุตบอลโลก 2014

 

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

 

ทีมชาติไทย: กวิน ธรรมสัจจานันท์(ผู้รักษาประตู),ชลทิตย์ จันตคาม,สุทธินันท์ พุกหอม,ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์,จักรพันธ์ แก้วพรม(ปรัชญ์ สมัครราษฏร์),ดัสกร ทองเหลา,สุเชาว์ นุชนุ่ม,ธีรศิลป์ แดงดา,อดุลย์ หละโสะ,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง(กีรติ เขียวสมบัติ)(สุรัตน์ สุขะ)

 

ทีมชาติปาเลสไตน์: โมฮัมเหม็ด ชาแบร์(ผู้รักษาประตู),มาเจ็ท อบาสซิดู,อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี่,โอมาร์ จารัน,คารัด มาร์ดี้,อาทีฟ อับบูเบลลาร์,มูรัด อัลยาน,อิสมาอิล อัลลามัวร์,โมฮัมเหม็ด โมฮัมเหม็ด(ฮอสซัม วาดี้),คาเดอร์ อาบูฮัมหมัด,มูรัด เซด(อาลีฟ อาทีฟ)


ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

 

 

ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ
ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

ทีมชาติไทยทำได้แค่เฉือนปาเลสไตน์ไป 1-0 ในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดแรก จักรพันธ์ แก้วพรม ประเดิมประตูแรกในสีเสื้อ ทีมชาติ สุเชาว์ มาพลาดจุดโทษช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย ต้องไปเหนื่อยกันต่อนัดที่ 2 ในวันที่ 28 ก.ค.นี้

 

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบที่ 2 นัดแรก ในวันเสาร์ที่ 23 ก.ค. 54 ระหว่างทีมชาติไทย ที่ห่างแมตซ์แข่งขันระดับชาติมาถึง 8 เดือนเต็ม เปิดรังนิว ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม จังหวัดบุรีรัมย์ ต้อนรับการมาเยือนของทีมชาติปาเลสไตน์ ที่สามารถผ่านทีมชาติอัฟกานิสถาน มาได้ในรอบแรกที่ผ่านมา

 

ขุนพลช้างศึก ทีมชาติไทย โดยการคุมทีมระยะเวลาเพียง 4 สัปดาห์ ของ”วินนี่” วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมัน ได้ปรับระบบการเล่นเป็น 4-5-1 โดยให้ธีรศิลป์ แดงดา ยืนหน้าคนเดียว และใช้สุทธินันท์ พุกหอม ยืนเป็นแบ็คซ้าย และจักรพันธ์ แก้วพรม ยืนแบ็คขวา ส่วนแดนกลางใช้ อลุลย์ หละโสะ,ดัสกร ทองเหลา,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง และสุเชาว์ นุชนุ่ม

 

ส่วนทางทีมชาติปาเลสไตน์ของมูสซ่า บาซัส กุนซือใหญ่ของทีม ที่เคยทำงานร่วมกับ วินนี่ วินฟรีด เชเฟอร์ ในตะวันออกกลางมาแล้ว ส่งผู้เล่นตัวหลักอย่าง โอมาร์ จารัน ,มูรัด อัลยาน,อาทีฟ อัลลูเบลลาร์ ส่วนทางด้านศูนย์หน้าตัวเก่งอย่าง ฟาเฮ็ด อัลเตา มีชื่อเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น ซึ่งบรรยากาศก่อนเกมก็เป็นไปอย่างคึกคักแฟนบอลชาวบุรีรัมย์ และแฟนบอลชาวไทยต่างแห่แหนเข้ามาให้กำลังใจกันกว่า 20,000 คน

 

เริ่มเกมครึ่งแรก นาทีแรกของเกม ไทยมีโอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ชาคริต บัวทอง ลากบอลถึงริมเส้นด้านซ้าย แล้วเปิดเข้ากลาง ให้สุเชาว์ นุชนุ่ม ดีดบอลแต่ไม่เต็มเท้าก่อนที่กองหลังปาเลสไตน์ จะเคลียร์ออกมาได้ อย่างหวุดหวิดแฟนบอลได้เสียวกันตั้งแต่นาทีแรก

 

น.6 ทีมชาติไทยได้ลูกเตะมุมทางด้านซ้าย ดัสกร ทองเหลา เปิดเข้ากลางให้สุเชาว์ นุขนุ่ม เทคตัวขึ้นโหม่งเช็ดที่เสาแรก บอลออกเสาสองไปนิดเดียว ได้เสียวอีกครั้ง

 

น.11 มูรัด อัลยาน กองหน้าของทีมปาเลสไตน์ได้รับใบเหลืองแรกของเกม เนื่องจากไปยืนขวางที่บอล ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้ทันที อีกสามนาทีต่อมา พิชิตพงษ์ เฉยฉิวลากบอลเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษ โดนมาเจ็ท อบาสสิดู ทำฟาล์ว ไทยได้ฟรีคิก ระยะ 25 หลา เป็นทาง ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่แต่ ยิงออกไปไกล ไม่ได้ลุ้น

 

น.18 ไทยมาประสบความสำเร็จ จาก ชาคริต บัวทอง เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย บอลหลุดเลยไปทางขวา เป็นจักรพันธ์ แก้วพรม ที่เติมขึ้นมาซัดตูมเดียว เป็นประตูขึ้นนำ 1-0  น.22 เป็นโอกาสของทีมชาติไทยอีกครั้ง จากการยิงของสุเชาว์ นุชนุ่ม ด้วยเท้าซ้ายระยะ 25 หลา บอลพุ่งตรงมายังเสาสองแต่ไปชนสามเหลี่ยมกระดอนออกมา แฟนบอลเฮเก้อกันทั้งสนาม

 

น.29 ปาเลสไตน์ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เป็นทางด้านโมฮัมเหม็ด รับหน้าที่สังหารแต่บอลโด่งออกไปไกลไม่ได้ลุ้น
ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกเกมยังเป็นของช้างศึกทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเล่นด้วยความมั่นใจ และด้วยสกอร์ที่นำอยู่ 1-0 ทำให้เล่นได้ง่ายขึ้น

 

น.32 มาเจ็ท อบาสสิดู แตะบอลคืน โมฮัมเหม็ด ชาแบร์ ผู้ตัดสินให้เป็นลูกฟาล์วในระยะ 6 หลาด้านซ้าย และชาแบร์ ได้รับใบเหลืองไปด้วยเนื่องจากไปเถียงผู้ตัดสิน และดัสกร ทองเหลาเป็นผู้ยิงแต่ไปติดกองหลังที่อุดกันอยู่ที่ปากประตู

 

น.37 ปาเลสไตน์ได้ลูกฟรีคิกว่า 40 หลา เป็นมูรัด อัลยานขอยิงเอง แต่บอลเหินข้ามคานไปไกล นาทีต่อมาพิชิตพงษ์ เฉยฉิว โดนผู้เล่นปาเลสไตน์เข้าบอลหนัก แต่ไม่เป็นอะไรมากลุกขึ้นมาเล่นต่อได้

 

น.40 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยอีกครั้ง เป็นทางด้านสุทธินันท์ พุกหอม เติมเกมขึ้นมาทางด้านซ้าย แล้วเปิดเข้าไปกลางให้สุเชาว์ นุชนุ่ม โหม่งแต่กดไม่ลงบอลออกหลังไป นาทีต่อมา ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ เติมเกมรุกมาเล่นกับชาคริต บัวทอง แต่จังหวะสุดท้ายชาคริต ยิงแป๊ก เจ้าตัวเสียดาย

 

น.42 ทีมชาติไทยเรียกฟาล์วหน้ากรอบเขตโทษระยะ 20 หลาได้อีกครั้งจากดัสกร ทองเหลา และเป็นทางด้านดัสกร ขอยิงเองแต่ยิงไปติดกำแพงปาเลสไตน์ ผู้ตัดสินทดเวลาการแข่งขันในครึ่งแรก 2 นาที ช่วงทดเวลาเจ็บ อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี ไปทำฟาล์วดัสกร ทองเหลา ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองที่ 3 ของเกมนี้ให้ทันที หมดครึ่งเวลาแรกทีมชาติไทย นำ ทีมชาติปาเลสไตน์ อยู่ 1-0

 

เริ่มเกมในครึ่งหลัง ทางทีมชาติปาเลสไตน์ขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรก โดยเอามูรัด เซดออกและส่งฮอสซัม วาดี้ ลงไปเล่นแทน น.49 จังหวะของทีมชาติไทยอีกครั้ง โดยธีรศิลป์ แดงดาได้บอลคนเดียวในแดนหน้าลากไปถึงกรอบเขตโทษระยะ 8 หลาทางด้านขวา แล้วรอเพื่อนให้ดัสกร ทองเหลาเติมขึ้นมาสับไกยิง แต่โดนกองหลังปาเลสไตน์เบียดทำให้ยิงไม่ถนัด บอลออกหลังไป

 

น.51 ทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นบ้าง โดยเอากีรติ เขียวสมบัติลงไปเล่นแทนชาคริต บัวทอง ท่ามกลางเสียงแฟนบอลที่เฮ ต้อนรับการการลงสนาม ซึ่งปรับมาเล่นแผน 4-4-2 ในช่วงครึ่งเวลาหลัง

 

น.55 ใบเหลือปลิวอีกครั้ง หลังจากที่มาเจ็ด อบาสสิดูไปทำฟาล์วสุเชาว์ นุชนุ่ม ทางด้านหลังเป็นใบเหลืองใบที่ 4 ของปาเลสไตน์ อีกสองนาทีต่อมา ดัสกร ทองเหลา ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ เห็นโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ออกมาไกลพยายามชิบบอลให้ข้ามหัวแต่บอลแรงออกหลังไป นาทีต่อมาทีมชาติปาเลสไตน์เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนที่ 2 โดยเอาโมอัมเหม็ดออกและส่งอาลีฟ คาทีฟ ลงไปเล่นแทน

 

น.60 ทีมชาติไทยเซ็ตเกมกันขึ้นมาจนมาถึงพิชิตพงษ์ เฉยฉิว ลองส่องไกลบ้าง แต่บอลออกข้างไป  น.72 ทีมชาติไทยได้ลูกฟรีคิกระยะ 22 หลา ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่ปั่นฟรีคิก ยิงโค้งบอลย้อยชนคานอย่างจัง เกือบจะใส่สกอร์ให้ทีมชาติไทยได้อีกครั้ง นาทีถัดมา อับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ หัวโขกกับกีรติ เขียวสมบัติ ต้องหยุดเกมชั่วคราวเพื่อปฐมพยาบาลที่ข้างสนาม จนกีรติ ไม่สามารถเล่นต่อได้ จึงเปลี่ยนสุรัตน์ สุขะลงไปเล่นแทน

 

น.80 ไทยเล่นบอลเร็วจากการได้ฟาล์ว และเป็นณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ ปั่นด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เกือบจะเข้าประตูแต่โดนโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ บินเซฟปัดออกหลังไปได้ น.85 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยๆอยีกครั้ง จากการเปิดของอดุลย์ หละโสะทะลุช่องให้ธีรศิลป์ แดงดา ทางด้านซ้ายหลุดแผงหลังไปแล้ว แต่ธีรศิลป์ ยิงด้วยซ้ายบอลไม่เข้ากรอบ และทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวเอาจักรพันธ์ แก้วพรม คนทำประตูออกและส่งปรัชญ์ สมัครราษฏร์ ลงไปเล่นแทน

 

ผู้ตัดสินทดเวลาเจ็บ 4 นาที และเข้าสู่การทดเวลาเจ็บนาทีแรก ทีมชาติไทยได้จุดโทษจากการลากเข้าไปของธีรศิลป์ แดงดา และโดนอับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ สกัดในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที เป็นทางด้านสุเชาว์ นุชนุ่ม ยิงไปทางซ้ายมือของตัวเองแต่บอลไปชนเสาออกข้างไป
หมดเวลาการแข่งขันทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติปาเลสไตน์ไปได้ 1-0

 

ส่วนโปรแกรมนัดต่อไปของทีมชาติไทยจะต้องออกไป เยือนทีมชาติปาเลสไตน์ ที่กรุงเวสแบงค์ ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ค.นี้ โดยจะต้องบุกไปเอาผลเสมอมาให้ได้เป็นอย่างน้อยถึงจะได้ผ่านเข้ารอบต่อไป และอยู่ในเส้นทางของฟุตบอลโลก 2014

 

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

 

ทีมชาติไทย: กวิน ธรรมสัจจานันท์(ผู้รักษาประตู),ชลทิตย์ จันตคาม,สุทธินันท์ พุกหอม,ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์,จักรพันธ์ แก้วพรม(ปรัชญ์ สมัครราษฏร์),ดัสกร ทองเหลา,สุเชาว์ นุชนุ่ม,ธีรศิลป์ แดงดา,อดุลย์ หละโสะ,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง(กีรติ เขียวสมบัติ)(สุรัตน์ สุขะ)

 

ทีมชาติปาเลสไตน์: โมฮัมเหม็ด ชาแบร์(ผู้รักษาประตู),มาเจ็ท อบาสซิดู,อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี่,โอมาร์ จารัน,คารัด มาร์ดี้,อาทีฟ อับบูเบลลาร์,มูรัด อัลยาน,อิสมาอิล อัลลามัวร์,โมฮัมเหม็ด โมฮัมเหม็ด(ฮอสซัม วาดี้),คาเดอร์ อาบูฮัมหมัด,มูรัด เซด(อาลีฟ อาทีฟ)

ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

 

 

ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ
ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

ทีมชาติไทยทำได้แค่เฉือนปาเลสไตน์ไป 1-0 ในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดแรก จักรพันธ์ แก้วพรม ประเดิมประตูแรกในสีเสื้อ ทีมชาติ สุเชาว์ มาพลาดจุดโทษช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย ต้องไปเหนื่อยกันต่อนัดที่ 2 ในวันที่ 28 ก.ค.นี้

 

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบที่ 2 นัดแรก ในวันเสาร์ที่ 23 ก.ค. 54 ระหว่างทีมชาติไทย ที่ห่างแมตซ์แข่งขันระดับชาติมาถึง 8 เดือนเต็ม เปิดรังนิว ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม จังหวัดบุรีรัมย์ ต้อนรับการมาเยือนของทีมชาติปาเลสไตน์ ที่สามารถผ่านทีมชาติอัฟกานิสถาน มาได้ในรอบแรกที่ผ่านมา

 

ขุนพลช้างศึก ทีมชาติไทย โดยการคุมทีมระยะเวลาเพียง 4 สัปดาห์ ของ”วินนี่” วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมัน ได้ปรับระบบการเล่นเป็น 4-5-1 โดยให้ธีรศิลป์ แดงดา ยืนหน้าคนเดียว และใช้สุทธินันท์ พุกหอม ยืนเป็นแบ็คซ้าย และจักรพันธ์ แก้วพรม ยืนแบ็คขวา ส่วนแดนกลางใช้ อลุลย์ หละโสะ,ดัสกร ทองเหลา,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง และสุเชาว์ นุชนุ่ม

 

ส่วนทางทีมชาติปาเลสไตน์ของมูสซ่า บาซัส กุนซือใหญ่ของทีม ที่เคยทำงานร่วมกับ วินนี่ วินฟรีด เชเฟอร์ ในตะวันออกกลางมาแล้ว ส่งผู้เล่นตัวหลักอย่าง โอมาร์ จารัน ,มูรัด อัลยาน,อาทีฟ อัลลูเบลลาร์ ส่วนทางด้านศูนย์หน้าตัวเก่งอย่าง ฟาเฮ็ด อัลเตา มีชื่อเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น ซึ่งบรรยากาศก่อนเกมก็เป็นไปอย่างคึกคักแฟนบอลชาวบุรีรัมย์ และแฟนบอลชาวไทยต่างแห่แหนเข้ามาให้กำลังใจกันกว่า 20,000 คน

 

เริ่มเกมครึ่งแรก นาทีแรกของเกม ไทยมีโอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ชาคริต บัวทอง ลากบอลถึงริมเส้นด้านซ้าย แล้วเปิดเข้ากลาง ให้สุเชาว์ นุชนุ่ม ดีดบอลแต่ไม่เต็มเท้าก่อนที่กองหลังปาเลสไตน์ จะเคลียร์ออกมาได้ อย่างหวุดหวิดแฟนบอลได้เสียวกันตั้งแต่นาทีแรก

 

น.6 ทีมชาติไทยได้ลูกเตะมุมทางด้านซ้าย ดัสกร ทองเหลา เปิดเข้ากลางให้สุเชาว์ นุขนุ่ม เทคตัวขึ้นโหม่งเช็ดที่เสาแรก บอลออกเสาสองไปนิดเดียว ได้เสียวอีกครั้ง

 

น.11 มูรัด อัลยาน กองหน้าของทีมปาเลสไตน์ได้รับใบเหลืองแรกของเกม เนื่องจากไปยืนขวางที่บอล ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้ทันที อีกสามนาทีต่อมา พิชิตพงษ์ เฉยฉิวลากบอลเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษ โดนมาเจ็ท อบาสสิดู ทำฟาล์ว ไทยได้ฟรีคิก ระยะ 25 หลา เป็นทาง ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่แต่ ยิงออกไปไกล ไม่ได้ลุ้น

 

น.18 ไทยมาประสบความสำเร็จ จาก ชาคริต บัวทอง เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย บอลหลุดเลยไปทางขวา เป็นจักรพันธ์ แก้วพรม ที่เติมขึ้นมาซัดตูมเดียว เป็นประตูขึ้นนำ 1-0  น.22 เป็นโอกาสของทีมชาติไทยอีกครั้ง จากการยิงของสุเชาว์ นุชนุ่ม ด้วยเท้าซ้ายระยะ 25 หลา บอลพุ่งตรงมายังเสาสองแต่ไปชนสามเหลี่ยมกระดอนออกมา แฟนบอลเฮเก้อกันทั้งสนาม

 

น.29 ปาเลสไตน์ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เป็นทางด้านโมฮัมเหม็ด รับหน้าที่สังหารแต่บอลโด่งออกไปไกลไม่ได้ลุ้น
ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกเกมยังเป็นของช้างศึกทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเล่นด้วยความมั่นใจ และด้วยสกอร์ที่นำอยู่ 1-0 ทำให้เล่นได้ง่ายขึ้น

 

น.32 มาเจ็ท อบาสสิดู แตะบอลคืน โมฮัมเหม็ด ชาแบร์ ผู้ตัดสินให้เป็นลูกฟาล์วในระยะ 6 หลาด้านซ้าย และชาแบร์ ได้รับใบเหลืองไปด้วยเนื่องจากไปเถียงผู้ตัดสิน และดัสกร ทองเหลาเป็นผู้ยิงแต่ไปติดกองหลังที่อุดกันอยู่ที่ปากประตู

 

น.37 ปาเลสไตน์ได้ลูกฟรีคิกว่า 40 หลา เป็นมูรัด อัลยานขอยิงเอง แต่บอลเหินข้ามคานไปไกล นาทีต่อมาพิชิตพงษ์ เฉยฉิว โดนผู้เล่นปาเลสไตน์เข้าบอลหนัก แต่ไม่เป็นอะไรมากลุกขึ้นมาเล่นต่อได้

 

น.40 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยอีกครั้ง เป็นทางด้านสุทธินันท์ พุกหอม เติมเกมขึ้นมาทางด้านซ้าย แล้วเปิดเข้าไปกลางให้สุเชาว์ นุชนุ่ม โหม่งแต่กดไม่ลงบอลออกหลังไป นาทีต่อมา ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ เติมเกมรุกมาเล่นกับชาคริต บัวทอง แต่จังหวะสุดท้ายชาคริต ยิงแป๊ก เจ้าตัวเสียดาย

 

น.42 ทีมชาติไทยเรียกฟาล์วหน้ากรอบเขตโทษระยะ 20 หลาได้อีกครั้งจากดัสกร ทองเหลา และเป็นทางด้านดัสกร ขอยิงเองแต่ยิงไปติดกำแพงปาเลสไตน์ ผู้ตัดสินทดเวลาการแข่งขันในครึ่งแรก 2 นาที ช่วงทดเวลาเจ็บ อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี ไปทำฟาล์วดัสกร ทองเหลา ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองที่ 3 ของเกมนี้ให้ทันที หมดครึ่งเวลาแรกทีมชาติไทย นำ ทีมชาติปาเลสไตน์ อยู่ 1-0

 

เริ่มเกมในครึ่งหลัง ทางทีมชาติปาเลสไตน์ขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรก โดยเอามูรัด เซดออกและส่งฮอสซัม วาดี้ ลงไปเล่นแทน น.49 จังหวะของทีมชาติไทยอีกครั้ง โดยธีรศิลป์ แดงดาได้บอลคนเดียวในแดนหน้าลากไปถึงกรอบเขตโทษระยะ 8 หลาทางด้านขวา แล้วรอเพื่อนให้ดัสกร ทองเหลาเติมขึ้นมาสับไกยิง แต่โดนกองหลังปาเลสไตน์เบียดทำให้ยิงไม่ถนัด บอลออกหลังไป

 

น.51 ทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นบ้าง โดยเอากีรติ เขียวสมบัติลงไปเล่นแทนชาคริต บัวทอง ท่ามกลางเสียงแฟนบอลที่เฮ ต้อนรับการการลงสนาม ซึ่งปรับมาเล่นแผน 4-4-2 ในช่วงครึ่งเวลาหลัง

 

น.55 ใบเหลือปลิวอีกครั้ง หลังจากที่มาเจ็ด อบาสสิดูไปทำฟาล์วสุเชาว์ นุชนุ่ม ทางด้านหลังเป็นใบเหลืองใบที่ 4 ของปาเลสไตน์ อีกสองนาทีต่อมา ดัสกร ทองเหลา ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ เห็นโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ออกมาไกลพยายามชิบบอลให้ข้ามหัวแต่บอลแรงออกหลังไป นาทีต่อมาทีมชาติปาเลสไตน์เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนที่ 2 โดยเอาโมอัมเหม็ดออกและส่งอาลีฟ คาทีฟ ลงไปเล่นแทน

 

น.60 ทีมชาติไทยเซ็ตเกมกันขึ้นมาจนมาถึงพิชิตพงษ์ เฉยฉิว ลองส่องไกลบ้าง แต่บอลออกข้างไป  น.72 ทีมชาติไทยได้ลูกฟรีคิกระยะ 22 หลา ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่ปั่นฟรีคิก ยิงโค้งบอลย้อยชนคานอย่างจัง เกือบจะใส่สกอร์ให้ทีมชาติไทยได้อีกครั้ง นาทีถัดมา อับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ หัวโขกกับกีรติ เขียวสมบัติ ต้องหยุดเกมชั่วคราวเพื่อปฐมพยาบาลที่ข้างสนาม จนกีรติ ไม่สามารถเล่นต่อได้ จึงเปลี่ยนสุรัตน์ สุขะลงไปเล่นแทน

 

น.80 ไทยเล่นบอลเร็วจากการได้ฟาล์ว และเป็นณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ ปั่นด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เกือบจะเข้าประตูแต่โดนโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ บินเซฟปัดออกหลังไปได้ น.85 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยๆอยีกครั้ง จากการเปิดของอดุลย์ หละโสะทะลุช่องให้ธีรศิลป์ แดงดา ทางด้านซ้ายหลุดแผงหลังไปแล้ว แต่ธีรศิลป์ ยิงด้วยซ้ายบอลไม่เข้ากรอบ และทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวเอาจักรพันธ์ แก้วพรม คนทำประตูออกและส่งปรัชญ์ สมัครราษฏร์ ลงไปเล่นแทน

 

ผู้ตัดสินทดเวลาเจ็บ 4 นาที และเข้าสู่การทดเวลาเจ็บนาทีแรก ทีมชาติไทยได้จุดโทษจากการลากเข้าไปของธีรศิลป์ แดงดา และโดนอับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ สกัดในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที เป็นทางด้านสุเชาว์ นุชนุ่ม ยิงไปทางซ้ายมือของตัวเองแต่บอลไปชนเสาออกข้างไป
หมดเวลาการแข่งขันทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติปาเลสไตน์ไปได้ 1-0

 

ส่วนโปรแกรมนัดต่อไปของทีมชาติไทยจะต้องออกไป เยือนทีมชาติปาเลสไตน์ ที่กรุงเวสแบงค์ ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ค.นี้ โดยจะต้องบุกไปเอาผลเสมอมาให้ได้เป็นอย่างน้อยถึงจะได้ผ่านเข้ารอบต่อไป และอยู่ในเส้นทางของฟุตบอลโลก 2014

 

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

 

ทีมชาติไทย: กวิน ธรรมสัจจานันท์(ผู้รักษาประตู),ชลทิตย์ จันตคาม,สุทธินันท์ พุกหอม,ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์,จักรพันธ์ แก้วพรม(ปรัชญ์ สมัครราษฏร์),ดัสกร ทองเหลา,สุเชาว์ นุชนุ่ม,ธีรศิลป์ แดงดา,อดุลย์ หละโสะ,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง(กีรติ เขียวสมบัติ)(สุรัตน์ สุขะ)

 

ทีมชาติปาเลสไตน์: โมฮัมเหม็ด ชาแบร์(ผู้รักษาประตู),มาเจ็ท อบาสซิดู,อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี่,โอมาร์ จารัน,คารัด มาร์ดี้,อาทีฟ อับบูเบลลาร์,มูรัด อัลยาน,อิสมาอิล อัลลามัวร์,โมฮัมเหม็ด โมฮัมเหม็ด(ฮอสซัม วาดี้),คาเดอร์ อาบูฮัมหมัด,มูรัด เซด(อาลีฟ อาทีฟ)


ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

 

 

ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ
ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

ทีมชาติไทยทำได้แค่เฉือนปาเลสไตน์ไป 1-0 ในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดแรก จักรพันธ์ แก้วพรม ประเดิมประตูแรกในสีเสื้อ ทีมชาติ สุเชาว์ มาพลาดจุดโทษช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย ต้องไปเหนื่อยกันต่อนัดที่ 2 ในวันที่ 28 ก.ค.นี้

 

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบที่ 2 นัดแรก ในวันเสาร์ที่ 23 ก.ค. 54 ระหว่างทีมชาติไทย ที่ห่างแมตซ์แข่งขันระดับชาติมาถึง 8 เดือนเต็ม เปิดรังนิว ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม จังหวัดบุรีรัมย์ ต้อนรับการมาเยือนของทีมชาติปาเลสไตน์ ที่สามารถผ่านทีมชาติอัฟกานิสถาน มาได้ในรอบแรกที่ผ่านมา

 

ขุนพลช้างศึก ทีมชาติไทย โดยการคุมทีมระยะเวลาเพียง 4 สัปดาห์ ของ”วินนี่” วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมัน ได้ปรับระบบการเล่นเป็น 4-5-1 โดยให้ธีรศิลป์ แดงดา ยืนหน้าคนเดียว และใช้สุทธินันท์ พุกหอม ยืนเป็นแบ็คซ้าย และจักรพันธ์ แก้วพรม ยืนแบ็คขวา ส่วนแดนกลางใช้ อลุลย์ หละโสะ,ดัสกร ทองเหลา,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง และสุเชาว์ นุชนุ่ม

 

ส่วนทางทีมชาติปาเลสไตน์ของมูสซ่า บาซัส กุนซือใหญ่ของทีม ที่เคยทำงานร่วมกับ วินนี่ วินฟรีด เชเฟอร์ ในตะวันออกกลางมาแล้ว ส่งผู้เล่นตัวหลักอย่าง โอมาร์ จารัน ,มูรัด อัลยาน,อาทีฟ อัลลูเบลลาร์ ส่วนทางด้านศูนย์หน้าตัวเก่งอย่าง ฟาเฮ็ด อัลเตา มีชื่อเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น ซึ่งบรรยากาศก่อนเกมก็เป็นไปอย่างคึกคักแฟนบอลชาวบุรีรัมย์ และแฟนบอลชาวไทยต่างแห่แหนเข้ามาให้กำลังใจกันกว่า 20,000 คน

 

เริ่มเกมครึ่งแรก นาทีแรกของเกม ไทยมีโอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ชาคริต บัวทอง ลากบอลถึงริมเส้นด้านซ้าย แล้วเปิดเข้ากลาง ให้สุเชาว์ นุชนุ่ม ดีดบอลแต่ไม่เต็มเท้าก่อนที่กองหลังปาเลสไตน์ จะเคลียร์ออกมาได้ อย่างหวุดหวิดแฟนบอลได้เสียวกันตั้งแต่นาทีแรก

 

น.6 ทีมชาติไทยได้ลูกเตะมุมทางด้านซ้าย ดัสกร ทองเหลา เปิดเข้ากลางให้สุเชาว์ นุขนุ่ม เทคตัวขึ้นโหม่งเช็ดที่เสาแรก บอลออกเสาสองไปนิดเดียว ได้เสียวอีกครั้ง

 

น.11 มูรัด อัลยาน กองหน้าของทีมปาเลสไตน์ได้รับใบเหลืองแรกของเกม เนื่องจากไปยืนขวางที่บอล ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้ทันที อีกสามนาทีต่อมา พิชิตพงษ์ เฉยฉิวลากบอลเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษ โดนมาเจ็ท อบาสสิดู ทำฟาล์ว ไทยได้ฟรีคิก ระยะ 25 หลา เป็นทาง ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่แต่ ยิงออกไปไกล ไม่ได้ลุ้น

 

น.18 ไทยมาประสบความสำเร็จ จาก ชาคริต บัวทอง เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย บอลหลุดเลยไปทางขวา เป็นจักรพันธ์ แก้วพรม ที่เติมขึ้นมาซัดตูมเดียว เป็นประตูขึ้นนำ 1-0  น.22 เป็นโอกาสของทีมชาติไทยอีกครั้ง จากการยิงของสุเชาว์ นุชนุ่ม ด้วยเท้าซ้ายระยะ 25 หลา บอลพุ่งตรงมายังเสาสองแต่ไปชนสามเหลี่ยมกระดอนออกมา แฟนบอลเฮเก้อกันทั้งสนาม

 

น.29 ปาเลสไตน์ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เป็นทางด้านโมฮัมเหม็ด รับหน้าที่สังหารแต่บอลโด่งออกไปไกลไม่ได้ลุ้น
ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกเกมยังเป็นของช้างศึกทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเล่นด้วยความมั่นใจ และด้วยสกอร์ที่นำอยู่ 1-0 ทำให้เล่นได้ง่ายขึ้น

 

น.32 มาเจ็ท อบาสสิดู แตะบอลคืน โมฮัมเหม็ด ชาแบร์ ผู้ตัดสินให้เป็นลูกฟาล์วในระยะ 6 หลาด้านซ้าย และชาแบร์ ได้รับใบเหลืองไปด้วยเนื่องจากไปเถียงผู้ตัดสิน และดัสกร ทองเหลาเป็นผู้ยิงแต่ไปติดกองหลังที่อุดกันอยู่ที่ปากประตู

 

น.37 ปาเลสไตน์ได้ลูกฟรีคิกว่า 40 หลา เป็นมูรัด อัลยานขอยิงเอง แต่บอลเหินข้ามคานไปไกล นาทีต่อมาพิชิตพงษ์ เฉยฉิว โดนผู้เล่นปาเลสไตน์เข้าบอลหนัก แต่ไม่เป็นอะไรมากลุกขึ้นมาเล่นต่อได้

 

น.40 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยอีกครั้ง เป็นทางด้านสุทธินันท์ พุกหอม เติมเกมขึ้นมาทางด้านซ้าย แล้วเปิดเข้าไปกลางให้สุเชาว์ นุชนุ่ม โหม่งแต่กดไม่ลงบอลออกหลังไป นาทีต่อมา ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ เติมเกมรุกมาเล่นกับชาคริต บัวทอง แต่จังหวะสุดท้ายชาคริต ยิงแป๊ก เจ้าตัวเสียดาย

 

น.42 ทีมชาติไทยเรียกฟาล์วหน้ากรอบเขตโทษระยะ 20 หลาได้อีกครั้งจากดัสกร ทองเหลา และเป็นทางด้านดัสกร ขอยิงเองแต่ยิงไปติดกำแพงปาเลสไตน์ ผู้ตัดสินทดเวลาการแข่งขันในครึ่งแรก 2 นาที ช่วงทดเวลาเจ็บ อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี ไปทำฟาล์วดัสกร ทองเหลา ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองที่ 3 ของเกมนี้ให้ทันที หมดครึ่งเวลาแรกทีมชาติไทย นำ ทีมชาติปาเลสไตน์ อยู่ 1-0

 

เริ่มเกมในครึ่งหลัง ทางทีมชาติปาเลสไตน์ขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรก โดยเอามูรัด เซดออกและส่งฮอสซัม วาดี้ ลงไปเล่นแทน น.49 จังหวะของทีมชาติไทยอีกครั้ง โดยธีรศิลป์ แดงดาได้บอลคนเดียวในแดนหน้าลากไปถึงกรอบเขตโทษระยะ 8 หลาทางด้านขวา แล้วรอเพื่อนให้ดัสกร ทองเหลาเติมขึ้นมาสับไกยิง แต่โดนกองหลังปาเลสไตน์เบียดทำให้ยิงไม่ถนัด บอลออกหลังไป

 

น.51 ทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นบ้าง โดยเอากีรติ เขียวสมบัติลงไปเล่นแทนชาคริต บัวทอง ท่ามกลางเสียงแฟนบอลที่เฮ ต้อนรับการการลงสนาม ซึ่งปรับมาเล่นแผน 4-4-2 ในช่วงครึ่งเวลาหลัง

 

น.55 ใบเหลือปลิวอีกครั้ง หลังจากที่มาเจ็ด อบาสสิดูไปทำฟาล์วสุเชาว์ นุชนุ่ม ทางด้านหลังเป็นใบเหลืองใบที่ 4 ของปาเลสไตน์ อีกสองนาทีต่อมา ดัสกร ทองเหลา ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ เห็นโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ออกมาไกลพยายามชิบบอลให้ข้ามหัวแต่บอลแรงออกหลังไป นาทีต่อมาทีมชาติปาเลสไตน์เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนที่ 2 โดยเอาโมอัมเหม็ดออกและส่งอาลีฟ คาทีฟ ลงไปเล่นแทน

 

น.60 ทีมชาติไทยเซ็ตเกมกันขึ้นมาจนมาถึงพิชิตพงษ์ เฉยฉิว ลองส่องไกลบ้าง แต่บอลออกข้างไป  น.72 ทีมชาติไทยได้ลูกฟรีคิกระยะ 22 หลา ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่ปั่นฟรีคิก ยิงโค้งบอลย้อยชนคานอย่างจัง เกือบจะใส่สกอร์ให้ทีมชาติไทยได้อีกครั้ง นาทีถัดมา อับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ หัวโขกกับกีรติ เขียวสมบัติ ต้องหยุดเกมชั่วคราวเพื่อปฐมพยาบาลที่ข้างสนาม จนกีรติ ไม่สามารถเล่นต่อได้ จึงเปลี่ยนสุรัตน์ สุขะลงไปเล่นแทน

 

น.80 ไทยเล่นบอลเร็วจากการได้ฟาล์ว และเป็นณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ ปั่นด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เกือบจะเข้าประตูแต่โดนโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ บินเซฟปัดออกหลังไปได้ น.85 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยๆอยีกครั้ง จากการเปิดของอดุลย์ หละโสะทะลุช่องให้ธีรศิลป์ แดงดา ทางด้านซ้ายหลุดแผงหลังไปแล้ว แต่ธีรศิลป์ ยิงด้วยซ้ายบอลไม่เข้ากรอบ และทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวเอาจักรพันธ์ แก้วพรม คนทำประตูออกและส่งปรัชญ์ สมัครราษฏร์ ลงไปเล่นแทน

 

ผู้ตัดสินทดเวลาเจ็บ 4 นาที และเข้าสู่การทดเวลาเจ็บนาทีแรก ทีมชาติไทยได้จุดโทษจากการลากเข้าไปของธีรศิลป์ แดงดา และโดนอับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ สกัดในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที เป็นทางด้านสุเชาว์ นุชนุ่ม ยิงไปทางซ้ายมือของตัวเองแต่บอลไปชนเสาออกข้างไป
หมดเวลาการแข่งขันทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติปาเลสไตน์ไปได้ 1-0

 

ส่วนโปรแกรมนัดต่อไปของทีมชาติไทยจะต้องออกไป เยือนทีมชาติปาเลสไตน์ ที่กรุงเวสแบงค์ ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ค.นี้ โดยจะต้องบุกไปเอาผลเสมอมาให้ได้เป็นอย่างน้อยถึงจะได้ผ่านเข้ารอบต่อไป และอยู่ในเส้นทางของฟุตบอลโลก 2014

 

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

 

ทีมชาติไทย: กวิน ธรรมสัจจานันท์(ผู้รักษาประตู),ชลทิตย์ จันตคาม,สุทธินันท์ พุกหอม,ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์,จักรพันธ์ แก้วพรม(ปรัชญ์ สมัครราษฏร์),ดัสกร ทองเหลา,สุเชาว์ นุชนุ่ม,ธีรศิลป์ แดงดา,อดุลย์ หละโสะ,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง(กีรติ เขียวสมบัติ)(สุรัตน์ สุขะ)

 

ทีมชาติปาเลสไตน์: โมฮัมเหม็ด ชาแบร์(ผู้รักษาประตู),มาเจ็ท อบาสซิดู,อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี่,โอมาร์ จารัน,คารัด มาร์ดี้,อาทีฟ อับบูเบลลาร์,มูรัด อัลยาน,อิสมาอิล อัลลามัวร์,โมฮัมเหม็ด โมฮัมเหม็ด(ฮอสซัม วาดี้),คาเดอร์ อาบูฮัมหมัด,มูรัด เซด(อาลีฟ อาทีฟ)

ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

 

 

ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ
ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

ทีมชาติไทยทำได้แค่เฉือนปาเลสไตน์ไป 1-0 ในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดแรก จักรพันธ์ แก้วพรม ประเดิมประตูแรกในสีเสื้อ ทีมชาติ สุเชาว์ มาพลาดจุดโทษช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย ต้องไปเหนื่อยกันต่อนัดที่ 2 ในวันที่ 28 ก.ค.นี้

 

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบที่ 2 นัดแรก ในวันเสาร์ที่ 23 ก.ค. 54 ระหว่างทีมชาติไทย ที่ห่างแมตซ์แข่งขันระดับชาติมาถึง 8 เดือนเต็ม เปิดรังนิว ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม จังหวัดบุรีรัมย์ ต้อนรับการมาเยือนของทีมชาติปาเลสไตน์ ที่สามารถผ่านทีมชาติอัฟกานิสถาน มาได้ในรอบแรกที่ผ่านมา

 

ขุนพลช้างศึก ทีมชาติไทย โดยการคุมทีมระยะเวลาเพียง 4 สัปดาห์ ของ”วินนี่” วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมัน ได้ปรับระบบการเล่นเป็น 4-5-1 โดยให้ธีรศิลป์ แดงดา ยืนหน้าคนเดียว และใช้สุทธินันท์ พุกหอม ยืนเป็นแบ็คซ้าย และจักรพันธ์ แก้วพรม ยืนแบ็คขวา ส่วนแดนกลางใช้ อลุลย์ หละโสะ,ดัสกร ทองเหลา,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง และสุเชาว์ นุชนุ่ม

 

ส่วนทางทีมชาติปาเลสไตน์ของมูสซ่า บาซัส กุนซือใหญ่ของทีม ที่เคยทำงานร่วมกับ วินนี่ วินฟรีด เชเฟอร์ ในตะวันออกกลางมาแล้ว ส่งผู้เล่นตัวหลักอย่าง โอมาร์ จารัน ,มูรัด อัลยาน,อาทีฟ อัลลูเบลลาร์ ส่วนทางด้านศูนย์หน้าตัวเก่งอย่าง ฟาเฮ็ด อัลเตา มีชื่อเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น ซึ่งบรรยากาศก่อนเกมก็เป็นไปอย่างคึกคักแฟนบอลชาวบุรีรัมย์ และแฟนบอลชาวไทยต่างแห่แหนเข้ามาให้กำลังใจกันกว่า 20,000 คน

 

เริ่มเกมครึ่งแรก นาทีแรกของเกม ไทยมีโอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ชาคริต บัวทอง ลากบอลถึงริมเส้นด้านซ้าย แล้วเปิดเข้ากลาง ให้สุเชาว์ นุชนุ่ม ดีดบอลแต่ไม่เต็มเท้าก่อนที่กองหลังปาเลสไตน์ จะเคลียร์ออกมาได้ อย่างหวุดหวิดแฟนบอลได้เสียวกันตั้งแต่นาทีแรก

 

น.6 ทีมชาติไทยได้ลูกเตะมุมทางด้านซ้าย ดัสกร ทองเหลา เปิดเข้ากลางให้สุเชาว์ นุขนุ่ม เทคตัวขึ้นโหม่งเช็ดที่เสาแรก บอลออกเสาสองไปนิดเดียว ได้เสียวอีกครั้ง

 

น.11 มูรัด อัลยาน กองหน้าของทีมปาเลสไตน์ได้รับใบเหลืองแรกของเกม เนื่องจากไปยืนขวางที่บอล ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้ทันที อีกสามนาทีต่อมา พิชิตพงษ์ เฉยฉิวลากบอลเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษ โดนมาเจ็ท อบาสสิดู ทำฟาล์ว ไทยได้ฟรีคิก ระยะ 25 หลา เป็นทาง ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่แต่ ยิงออกไปไกล ไม่ได้ลุ้น

 

น.18 ไทยมาประสบความสำเร็จ จาก ชาคริต บัวทอง เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย บอลหลุดเลยไปทางขวา เป็นจักรพันธ์ แก้วพรม ที่เติมขึ้นมาซัดตูมเดียว เป็นประตูขึ้นนำ 1-0  น.22 เป็นโอกาสของทีมชาติไทยอีกครั้ง จากการยิงของสุเชาว์ นุชนุ่ม ด้วยเท้าซ้ายระยะ 25 หลา บอลพุ่งตรงมายังเสาสองแต่ไปชนสามเหลี่ยมกระดอนออกมา แฟนบอลเฮเก้อกันทั้งสนาม

 

น.29 ปาเลสไตน์ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เป็นทางด้านโมฮัมเหม็ด รับหน้าที่สังหารแต่บอลโด่งออกไปไกลไม่ได้ลุ้น
ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกเกมยังเป็นของช้างศึกทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเล่นด้วยความมั่นใจ และด้วยสกอร์ที่นำอยู่ 1-0 ทำให้เล่นได้ง่ายขึ้น

 

น.32 มาเจ็ท อบาสสิดู แตะบอลคืน โมฮัมเหม็ด ชาแบร์ ผู้ตัดสินให้เป็นลูกฟาล์วในระยะ 6 หลาด้านซ้าย และชาแบร์ ได้รับใบเหลืองไปด้วยเนื่องจากไปเถียงผู้ตัดสิน และดัสกร ทองเหลาเป็นผู้ยิงแต่ไปติดกองหลังที่อุดกันอยู่ที่ปากประตู

 

น.37 ปาเลสไตน์ได้ลูกฟรีคิกว่า 40 หลา เป็นมูรัด อัลยานขอยิงเอง แต่บอลเหินข้ามคานไปไกล นาทีต่อมาพิชิตพงษ์ เฉยฉิว โดนผู้เล่นปาเลสไตน์เข้าบอลหนัก แต่ไม่เป็นอะไรมากลุกขึ้นมาเล่นต่อได้

 

น.40 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยอีกครั้ง เป็นทางด้านสุทธินันท์ พุกหอม เติมเกมขึ้นมาทางด้านซ้าย แล้วเปิดเข้าไปกลางให้สุเชาว์ นุชนุ่ม โหม่งแต่กดไม่ลงบอลออกหลังไป นาทีต่อมา ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ เติมเกมรุกมาเล่นกับชาคริต บัวทอง แต่จังหวะสุดท้ายชาคริต ยิงแป๊ก เจ้าตัวเสียดาย

 

น.42 ทีมชาติไทยเรียกฟาล์วหน้ากรอบเขตโทษระยะ 20 หลาได้อีกครั้งจากดัสกร ทองเหลา และเป็นทางด้านดัสกร ขอยิงเองแต่ยิงไปติดกำแพงปาเลสไตน์ ผู้ตัดสินทดเวลาการแข่งขันในครึ่งแรก 2 นาที ช่วงทดเวลาเจ็บ อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี ไปทำฟาล์วดัสกร ทองเหลา ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองที่ 3 ของเกมนี้ให้ทันที หมดครึ่งเวลาแรกทีมชาติไทย นำ ทีมชาติปาเลสไตน์ อยู่ 1-0

 

เริ่มเกมในครึ่งหลัง ทางทีมชาติปาเลสไตน์ขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรก โดยเอามูรัด เซดออกและส่งฮอสซัม วาดี้ ลงไปเล่นแทน น.49 จังหวะของทีมชาติไทยอีกครั้ง โดยธีรศิลป์ แดงดาได้บอลคนเดียวในแดนหน้าลากไปถึงกรอบเขตโทษระยะ 8 หลาทางด้านขวา แล้วรอเพื่อนให้ดัสกร ทองเหลาเติมขึ้นมาสับไกยิง แต่โดนกองหลังปาเลสไตน์เบียดทำให้ยิงไม่ถนัด บอลออกหลังไป

 

น.51 ทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นบ้าง โดยเอากีรติ เขียวสมบัติลงไปเล่นแทนชาคริต บัวทอง ท่ามกลางเสียงแฟนบอลที่เฮ ต้อนรับการการลงสนาม ซึ่งปรับมาเล่นแผน 4-4-2 ในช่วงครึ่งเวลาหลัง

 

น.55 ใบเหลือปลิวอีกครั้ง หลังจากที่มาเจ็ด อบาสสิดูไปทำฟาล์วสุเชาว์ นุชนุ่ม ทางด้านหลังเป็นใบเหลืองใบที่ 4 ของปาเลสไตน์ อีกสองนาทีต่อมา ดัสกร ทองเหลา ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ เห็นโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ออกมาไกลพยายามชิบบอลให้ข้ามหัวแต่บอลแรงออกหลังไป นาทีต่อมาทีมชาติปาเลสไตน์เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนที่ 2 โดยเอาโมอัมเหม็ดออกและส่งอาลีฟ คาทีฟ ลงไปเล่นแทน

 

น.60 ทีมชาติไทยเซ็ตเกมกันขึ้นมาจนมาถึงพิชิตพงษ์ เฉยฉิว ลองส่องไกลบ้าง แต่บอลออกข้างไป  น.72 ทีมชาติไทยได้ลูกฟรีคิกระยะ 22 หลา ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่ปั่นฟรีคิก ยิงโค้งบอลย้อยชนคานอย่างจัง เกือบจะใส่สกอร์ให้ทีมชาติไทยได้อีกครั้ง นาทีถัดมา อับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ หัวโขกกับกีรติ เขียวสมบัติ ต้องหยุดเกมชั่วคราวเพื่อปฐมพยาบาลที่ข้างสนาม จนกีรติ ไม่สามารถเล่นต่อได้ จึงเปลี่ยนสุรัตน์ สุขะลงไปเล่นแทน

 

น.80 ไทยเล่นบอลเร็วจากการได้ฟาล์ว และเป็นณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ ปั่นด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลา เกือบจะเข้าประตูแต่โดนโมฮัมเหม็ด ชาแบร์ บินเซฟปัดออกหลังไปได้ น.85 ทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาสวยๆอยีกครั้ง จากการเปิดของอดุลย์ หละโสะทะลุช่องให้ธีรศิลป์ แดงดา ทางด้านซ้ายหลุดแผงหลังไปแล้ว แต่ธีรศิลป์ ยิงด้วยซ้ายบอลไม่เข้ากรอบ และทีมชาติไทยขอเปลี่ยนตัวเอาจักรพันธ์ แก้วพรม คนทำประตูออกและส่งปรัชญ์ สมัครราษฏร์ ลงไปเล่นแทน

 

ผู้ตัดสินทดเวลาเจ็บ 4 นาที และเข้าสู่การทดเวลาเจ็บนาทีแรก ทีมชาติไทยได้จุดโทษจากการลากเข้าไปของธีรศิลป์ แดงดา และโดนอับเดลลาทีฟ อัลบาคารี่ สกัดในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที เป็นทางด้านสุเชาว์ นุชนุ่ม ยิงไปทางซ้ายมือของตัวเองแต่บอลไปชนเสาออกข้างไป
หมดเวลาการแข่งขันทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติปาเลสไตน์ไปได้ 1-0

 

ส่วนโปรแกรมนัดต่อไปของทีมชาติไทยจะต้องออกไป เยือนทีมชาติปาเลสไตน์ ที่กรุงเวสแบงค์ ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ค.นี้ โดยจะต้องบุกไปเอาผลเสมอมาให้ได้เป็นอย่างน้อยถึงจะได้ผ่านเข้ารอบต่อไป และอยู่ในเส้นทางของฟุตบอลโลก 2014

 

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

 

ทีมชาติไทย: กวิน ธรรมสัจจานันท์(ผู้รักษาประตู),ชลทิตย์ จันตคาม,สุทธินันท์ พุกหอม,ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์,จักรพันธ์ แก้วพรม(ปรัชญ์ สมัครราษฏร์),ดัสกร ทองเหลา,สุเชาว์ นุชนุ่ม,ธีรศิลป์ แดงดา,อดุลย์ หละโสะ,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ชาคริต บัวทอง(กีรติ เขียวสมบัติ)(สุรัตน์ สุขะ)

 

ทีมชาติปาเลสไตน์: โมฮัมเหม็ด ชาแบร์(ผู้รักษาประตู),มาเจ็ท อบาสซิดู,อัลเดลลาทีฟ อัลบาคารี่,โอมาร์ จารัน,คารัด มาร์ดี้,อาทีฟ อับบูเบลลาร์,มูรัด อัลยาน,อิสมาอิล อัลลามัวร์,โมฮัมเหม็ด โมฮัมเหม็ด(ฮอสซัม วาดี้),คาเดอร์ อาบูฮัมหมัด,มูรัด เซด(อาลีฟ อาทีฟ)


ไทยเฉือนปาเลสไตน์1-0 สุเชาว์พลาดโทษทดเจ็บ

 

 

  • (+ให้คะแนนบทความ)
     
    <

ดิฉันทำงานในแวดวงฐานข้อมูลประชาชน 
ดิฉัน search ชื่อ-นามสกุล ของคุณ ชัชวาล เรียบร้อยแล้ว ไม่มีในระบบประชาชนไทยค่ะ... ตั้งชื่อ นามสกุลปลอม หลอกลวงแน่นอน!! 
** หลอกลวงคนอื่น...ระวังเวรกรรมมีจริง คุณมีชีวิตได้วันนี้ มันพรุ่งนี้คุณอาจจะมีไม่ชีวิตบนโลกนี้ก็ได้นะ **
อ้างอิง จาก guest เมื่อ 22/1/2554 23:22:00

ตกลง คือ ทำนาบนหลังคน เหรอครับ
ยิ่งกว่าทำนาบนหลังคนอีกค่ะ..

ย้ำเน้นๆ : เงินกู้นอกระบบ ห้ามโอนเงินให้เจ้าหนี้ก่อนนะจ๊ะ

เข้าใจว่าเวลามีปัญหารุมเร้า จิดใจเราจะไม่มั่นคง
เมื่อโดนเกลี้ยกล่อมด้วยเหตุผลต่างๆ นาๆ  เราจะคล้อยตามง่าย
อยากฝากเน้นย้ำ ให้ตั้งสติมั่นไว้ค่ะ
ไม่ว่าจะด้วยข้ออ้างร้อยแปดเหตุผลอะไรก็ตามแต่
จะเงินเล็กๆ น้อยๆ หลักสิบหลักร้อย ก็อย่าโอนค่ะ


ถ้ามันยืนยันว่า ไม่โอนก็ไม่ให้กู้ ก็อย่าได้แคร์ค่ะ
คิดไว้ว่าคนที่เสียโอกาสคือมัน ไม่ใช่ตัวเรา
เพราะมันหลอกเราไม่ได้ค่ะ
ในสากลโลก ไม่มีเจ้าหนี้ที่ไหนให้ลูกหนี้โอนเงินให้ค่ะ
เวลาคุณทำสินเชื่ออะไรก็ตาม
ถ้ามีค่าธรรมเนียมที่คุณต้องจ่าย
เขาจะหักจากเงินที่ต้องโอนให้คุณค่ะ
ไม่ใช่มาเรียกเก็บก่อนที่คุณจะได้เงิน

ไม่สมเหตุสมผลค่ะ


แค่โทรคุยกันยังคอนเฟิร์มไม่ได้หรอกว่าจะปล่อยกู้หรือไม่
โอนเงินไปให้ก่อนก็ไม่ทำให้คุณดูน่าเชื่อถือขึ้นได้ค่ะ


และที่สำคัญ เราไม่รู้จักอะไรเขาเลยค่ะ
มีเงินจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ แค่บอกว่ามี
ให้เงินคนที่รู้จักกันยังคิดแล้วคิดอีก
แต่กับคนไม่รู้จัก เขาบอกเขามีเงินให้เรายืมนะ
แต่เราต้องโอนไปให้เขาก่อน มันไม่ใช่อ่ะค่ะ



ถ้าอ้างว่าเป็นค่าเสียเวลา ค่าดำเนินการ หรืออื่นๆ
ทุกคนทราบดีว่าสิ่งที่เจ้าหนี้ต้องการจากเราคือดอกเบี้ยค่ะ
เราได้เงิน เขาได้ดอก มีผลประโยชน์ร่วมกัน
ดังนั้นเขายินดีที่จะบริการเราอยู่แล้วค่ะ
ยกเว้นว่ามันหลอก
และรายได้ของมันก็มาจากไอ้ค่าอะไรต่างๆ เนี่ยแหละ
คือไม่ได้มีการปล่อยกู้จริงอย่างที่บอกไว้

หรือถ้าอ้างว่าเป็นนายหน้า ต้องมีค่าตอบแทน
ไว้กู้ได้ก่อนแล้วค่อยหักค่านายหน้าก็ยังไม่สายค่ะ

สรุปอีกที ไม่มีหรอกที่ต้องให้ลูกหนี้โอนเงินก่อน
ถ้าคุณกำลังเดือดร้อน  ใครมาโพสต์เสนอไว้ก็ลองโทรไปค่ะ
เสียค่าโทร ดีกว่าเสียค่าโง่ เสียความรู้สึก
โทรไปแล้วให้โอนก็ไม่ต้องโอน สุดท้ายอยู่ที่ตัวเราค่ะ

ขออวยพรให้ปัญหาผ่านไปได้ด้วยดี มีคนช่วยเหลือทุกคนค่ะ

ต้องการ กู้เงิน 20000 บาท เป็นนักศึกษา ม เกษตร <ศรีราชา ชลบุรี>
พร้อม ทำสัญญา ตามสะดวก  ใครปล่อย บ้าง ติดต่อ 
godeeroger@gmail.com  
ผมเรียนอยู่ปี 4 ครับ ต้องการ เงิน  50000 บาท 

ผ่อน เดือนละ 3000 พร้อม ดอก ครับ

ขอไม่ต้องโอนเงินให้ ก่อน ถ้า อนุมัติ ให้ หัก ไป เลย

ติดต่อผมนะครับ 0802236563
ต้องการเงิน 50000 บาทค่ะ ไม่ต้องโอนเงินก่อนถ้าอนุมัติให้หักเงินไปเลยค่ะ ติดต่อ087-7938300 เมล afterdark1993@hotmail.com

ประกาศล่าสุดในบอร์ดเดียวกัน