ภาสกร กิติศรีวรพันธุ์

ประวัติและผลงานเชิงประจักษ์

นายภาสกร กิติศรีวรพันธุ์

นักสาธารณสุขระดับชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม

ข้าราชการผู้ทุ่มเท เสียสละ และอุทิศตนเพื่อสุขภาวะของประชาชน

นายภาสกร กิติศรีวรพันธุ์ เป็นบุคลากรสาธารณสุขผู้มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ด้วยจิตวิญญาณแห่งการเป็นผู้ให้และความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดระยะเวลากว่า ๓๒ ปีของการรับราชการ ท่านได้อุทิศทั้งกำลังกาย กำลังใจ และสติปัญญาในการพัฒนาระบบสาธารณสุขในพื้นที่จังหวัดนครพนม โดยเฉพาะงานส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันและควบคุมโรค ระบาดวิทยา การพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ และการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน ท่านเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า การพัฒนาสุขภาพประชาชนไม่ใช่ภารกิจของบุคลากรสาธารณสุขเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชนได้อย่างยั่งยืน

ตลอดเส้นทางการทำงาน นายภาสกรยึดถือปณิธานในการปฏิบัติราชการว่า จะยึดมั่นในความดี ทำงานด้วยใจ ซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ เคารพเพื่อนร่วมงาน และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ แนวคิดดังกล่าวเป็นหลักยึดในการทำงานและการดำเนินชีวิต ทำให้ท่านได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน ภาคีเครือข่าย และประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งยังได้รับการยอมรับในระดับวิชาชีพจากผลงานด้านการป้องกันและควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง

๑. การศึกษาและการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

นายภาสกรให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้และศักยภาพของตนเองอยู่เสมอ โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาสาธารณสุขศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ในปี พ.ศ. ๒๕๔๓ การศึกษาในทั้งสองสาขาช่วยเสริมสร้างความรู้ทั้งด้านวิชาการสาธารณสุข การบริหารจัดการ และความเข้าใจในระบบราชการ นโยบายสาธารณะ ตลอดจนการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน

นอกจากนี้ ท่านยังได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน โดยมีความเชี่ยวชาญด้านการป้องกันโรคและควบคุมโรค และเข้ารับการอบรมหลักสูตรที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง อาทิ หลักสูตร PHEM Academy ของกรมควบคุมโรค หลักสูตรการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิภายใต้รูปแบบใหม่ของระบบสุขภาพระดับอำเภอ และหลักสูตรการพัฒนางานวิชาการด้านการวิจัยและพัฒนา หรือ Research and Development (R&D) ความรู้เหล่านี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ท่านสามารถนำหลักวิชาการมาประยุกต์ใช้กับปัญหาจริงในพื้นที่ และเปลี่ยนประสบการณ์จากการปฏิบัติงานประจำให้กลายเป็นองค์ความรู้และนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อระบบสุขภาพ

๒. เส้นทางการรับราชการกว่า ๓๒ ปี จากผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าสู่ผู้ขับเคลื่อนระบบสุขภาพ

นายภาสกรเริ่มรับราชการเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๖ ในตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน ณ สถานีอนามัยบ้านโพนบก อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ในช่วงเริ่มต้นของการทำงาน ท่านต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ข้อจำกัดด้านบุคลากร งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ และการเดินทาง แต่ด้วยความรับผิดชอบและความเสียสละ ท่านได้ลงพื้นที่ให้บริการประชาชนอย่างใกล้ชิด ทั้งงานส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค เฝ้าระวังโรคติดต่อ และการแก้ไขปัญหาสุขภาพในระดับครัวเรือนและหมู่บ้าน

ประสบการณ์จากการทำงานในพื้นที่ทำให้ท่านเข้าใจบริบทของชุมชนอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม พฤติกรรมสุขภาพ และวิถีชีวิตของประชาชน ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาสู่สายงานวิชาการ ท่านได้ปฏิบัติงานในตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาใน และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการ ก่อนย้ายมาปฏิบัติงานด้านควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ณ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอโพนสวรรค์

ในช่วงดังกล่าว นายภาสกรได้ขยายบทบาทจากผู้ปฏิบัติงานภาคสนามไปสู่การวางแผนและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สุขภาพระดับอำเภอ ได้รับมอบหมายให้ช่วยสนับสนุนงานยุทธศาสตร์ของสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และร่วมประสานงานกับคณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับอำเภอ รวมถึงภาคีเครือข่ายต่าง ๆ จนเกิดการบูรณาการการทำงานที่เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับนโยบายสู่การปฏิบัติในพื้นที่

๓. ความเป็นเลิศด้านระบาดวิทยาและการป้องกันควบคุมโรค

ผลงานที่สะท้อนความเชี่ยวชาญของนายภาสกรอย่างเด่นชัด คือการเฝ้าระวัง สอบสวน และควบคุมโรคติดต่อและภัยสุขภาพ ท่านมีประสบการณ์ในการรับมือกับโรคสำคัญหลายประเภท ทั้งโรคโควิด-19 โรคไข้เลือดออก โรคไข้ฉี่หนู และโรคเรื้อน โดยทำหน้าที่สนับสนุนและนำทีมปฏิบัติการควบคุมโรค (CDCU) ลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์ ค้นหาผู้ป่วย สอบสวนโรค วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง และกำหนดมาตรการควบคุมโรคให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละชุมชน

การทำงานด้านระบาดวิทยาต้องอาศัยความรวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำในการตัดสินใจ เพราะความล่าช้าเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง นายภาสกรจึงให้ความสำคัญกับข้อมูลเฝ้าระวัง การรายงานสถานการณ์ และการประสานงานระหว่างหน่วยบริการสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพื่อให้สามารถตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากงานควบคุมโรคในพื้นที่แล้ว ท่านยังมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญระดับประเทศสู่การปฏิบัติระดับอำเภอ เช่น การดำเนินงาน Quick Win ๑๐๐ วันแรก ในโครงการวัคซีน HPV เพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูก และการเป็นคณะกรรมการบริหารจัดการวัคซีน GPO ระดับจังหวัด ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการเชื่อมโยงนโยบายสาธารณสุขกับการดำเนินงานจริง ตลอดจนการบริหารจัดการทรัพยากรด้านสุขภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

๔. งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพของชุมชน

นายภาสกรมีแนวคิดสำคัญว่า ปัญหาที่พบจากการทำงานประจำสามารถพัฒนาเป็นโจทย์วิจัย และนำผลการศึกษาไปสร้างแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมกับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม ผลงานที่โดดเด่นคือการร่วมพัฒนาระบบเฝ้าระวังผู้เสพสารเสพติดที่ผ่านการบำบัดจากมินิธัญญารักษ์ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงในชุมชน อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม

การดำเนินงานดังกล่าวเกิดจากการตระหนักถึงปัญหาการติดตามผู้ผ่านการบำบัดภายหลังกลับคืนสู่ชุมชน ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากครอบครัว อสม. ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายภาสกรจึงร่วมพัฒนาระบบด้วยกระบวนการวิจัยและพัฒนา (R&D) ผสมผสานกับการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โดยเริ่มจากการศึกษาสถานการณ์และปัญหาในพื้นที่ การรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง การออกแบบระบบเฝ้าระวัง และการนำแนวทางไปทดลองใช้ร่วมกับชุมชน

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือการส่งเสริมให้เครือข่ายในชุมชนสามารถสังเกตสัญญาณเตือนพฤติกรรมก้าวร้าวและประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น โดยประยุกต์ใช้เครื่องมือ Overt Aggression Scale (OAS) พร้อมทั้งพัฒนาความรู้ในการแจ้งเหตุและการประสานทีมช่วยเหลืออย่างเหมาะสม การดำเนินงานไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเฝ้าระวังผู้ป่วย แต่ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟู การดูแลต่อเนื่อง การสร้างความเข้าใจในครอบครัว และการเปิดโอกาสให้ผู้ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ชีวิตในชุมชนได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี

ผลการดำเนินงานตามข้อมูลการศึกษาที่นำเสนอพบว่า ความรู้และการรับรู้ของเครือข่ายชุมชนเกี่ยวกับการเฝ้าระวังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และมีการนำระบบประเมินความเสี่ยงมาใช้ประกอบการติดตามดูแล ทำให้ชุมชนมีแนวทางปฏิบัติและแผนเผชิญเหตุที่ชัดเจนมากขึ้น ผลงานดังกล่าวสะท้อนความสามารถในการนำงานวิชาการมาประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหาที่มีความละเอียดอ่อน และสร้างความปลอดภัยให้แก่ทั้งผู้ป่วย ครอบครัว และประชาชนในชุมชน

อีกหนึ่งบทบาทสำคัญคือการเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine/Telehealth) ให้แก่บุคลากรสาธารณสุขในจังหวัดนครพนม เพื่อเพิ่มศักยภาพของหน่วยบริการปฐมภูมิในการเชื่อมต่อบริการกับแพทย์และโรงพยาบาล ลดข้อจำกัดด้านการเดินทาง และเพิ่มโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้สะดวกยิ่งขึ้น

๕. การขับเคลื่อน พชอ. และการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน

นายภาสกรเป็นบุคลากรสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) โพนสวรรค์ โดยนำองค์ความรู้ด้านสาธารณสุขและรัฐศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการประสานความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียน วัด หน่วยบริการสุขภาพ และภาคประชาชน ผ่านแนวคิด UCCARE เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการกำหนดปัญหา วางแผน ดำเนินงาน และติดตามประเมินผลร่วมกัน

ผลงานสำคัญประการหนึ่งคือการขับเคลื่อนโครงการ “โพนสวรรค์ประชารัฐร่วมใจ สร้างวินัยรักษาความสะอาดชุมชน” ซึ่งมุ่งเน้นการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยส่งเสริมให้ประชาชนคัดแยกขยะในครัวเรือนตามหลัก 4R ได้แก่ Reduce, Reuse, Recycle และ Restart พร้อมทั้งสนับสนุนการจัดทำถังขยะเปียก การสร้างจุดเรียนรู้ และการพัฒนาธนาคารขยะในชุมชน

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับการป้องกันโรค โดยเฉพาะการลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายและปัจจัยเสี่ยงต่อโรคไข้เลือดออก จากข้อมูลผลการดำเนินงานที่นำเสนอ พบว่าประชาชนร้อยละ ๖๕ มีอุปกรณ์คัดแยกขยะในครัวเรือน และร้อยละ ๕๐ มีถังขยะเปียกประจำครัวเรือน สามารถลดปริมาณขยะได้ประมาณ ๓๒๐ ตันต่อปี หรือร้อยละ ๑๕.๘๔ ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นว่า การสร้างสุขภาพที่ดีไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากโรงพยาบาลเสมอไป แต่สามารถเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมในบ้านของประชาชนทุกคน

นอกจากนี้ ท่านยังมีส่วนร่วมในการประสานงานโครงการศึกษาประสิทธิผลของวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกชนิด Qdenga ในประเทศไทย โดยสนับสนุนการสร้างความเข้าใจแก่ผู้ปกครอง การประสานหน่วยบริการสุขภาพ และการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่อำเภอโพนสวรรค์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาที่มีความสำคัญต่อการพัฒนานโยบายป้องกันโรคในอนาคต

๖. คุณธรรม จริยธรรม และการครองตน ครองคน ครองงาน

นอกเหนือจากความสำเร็จด้านวิชาการและผลงานเชิงประจักษ์ นายภาสกรยังให้ความสำคัญกับการประพฤติตนตามหลักคุณธรรมและจริยธรรมของข้าราชการ โดยยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย รับผิดชอบต่อหน้าที่ และดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ท่านให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตุผล และไม่สร้างภาระให้แก่ตนเองและครอบครัว

ด้านการครองคน ท่านเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี สุภาพ อ่อนน้อม รับฟังความคิดเห็น และให้เกียรติผู้ร่วมงานทุกระดับ สามารถประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนได้อย่างเหมาะสม โดยเชื่อว่าความสำเร็จของงานสาธารณสุขเกิดจากพลังของทีมงานและการมีส่วนร่วมของชุมชน

ด้านการครองงาน ท่านปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น วิริยะอุตสาหะ และเสียสละ พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่เพื่อนำมาพัฒนาระบบงานอย่างต่อเนื่อง ไม่จำกัดตนเองอยู่เพียงการทำงานตามภารกิจประจำ แต่ยังแสวงหาแนวทางใหม่ในการแก้ไขปัญหา ใช้ข้อมูลและหลักวิชาการเป็นฐานในการตัดสินใจ และมุ่งให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

๗. เกียรติคุณและความภาคภูมิใจในวิชาชีพ

จากความมุ่งมั่นและผลงานที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง นายภาสกรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติในหลายระดับ ได้แก่ รางวัลเหรียญนักสาธารณสุขทองคำ จากสภาการสาธารณสุขชุมชน ในฐานะบุคคลต้นแบบนักสาธารณสุขที่มีความเป็นเลิศด้านการป้องกันโรคและควบคุมโรค รางวัลคนดีศรีระบาด เขตสุขภาพที่ ๘ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๕ การได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการพิจารณารางวัลคนดีศรีระบาด ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘ รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น จังหวัดนครพนม ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖ และรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นจากวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น

รางวัลเหล่านี้มิใช่เพียงเครื่องหมายแห่งความสำเร็จส่วนบุคคล แต่เป็นเครื่องสะท้อนถึงคุณค่าของการทำงานเพื่อส่วนรวม และเป็นกำลังใจให้แก่บุคลากรสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ทุกระดับ นอกจากนี้ การได้รับโอกาสนำเสนอผลงานวิชาการในเวทีระดับภาคและระดับประเทศ ยังแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการพัฒนาองค์ความรู้จากงานประจำ และการแบ่งปันประสบการณ์เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อวิชาชีพและระบบสุขภาพโดยรวม

บทสรุป: คุณค่าของข้าราชการอยู่ที่ประโยชน์สุขของประชาชน

ตลอดระยะเวลากว่า ๓๒ ปี นายภาสกร กิติศรีวรพันธุ์ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การเป็นข้าราชการสาธารณสุขที่ดีไม่ได้วัดจากตำแหน่งหรือความก้าวหน้าในสายงานเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องวัดจากความรับผิดชอบ ความเสียสละ ความซื่อสัตย์ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับประชาชน ท่านเริ่มต้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขชุมชนในหน่วยบริการขนาดเล็ก ผ่านประสบการณ์การทำงานภาคสนามและการเผชิญปัญหาสุขภาพที่หลากหลาย ก่อนพัฒนาตนเองสู่การเป็นนักสาธารณสุขผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา การควบคุมโรค การวิจัย และการบริหารจัดการระบบสุขภาพระดับพื้นที่

ผลงานด้านการพัฒนาระบบเฝ้าระวังผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติด การจัดการสิ่งแวดล้อมและขยะในชุมชน การสนับสนุนโครงการศึกษาวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก ตลอดจนการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการแพทย์ทางไกล ล้วนสะท้อนแนวคิดการทำงานที่มุ่งแก้ไขปัญหาจากรากฐาน ใช้ข้อมูลและหลักวิชาการเป็นเครื่องมือ และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตสุขภาพของตนเอง

นายภาสกรจึงเป็นแบบอย่างของบุคลากรสาธารณสุขที่ผสานความรู้ คุณธรรม และจิตสาธารณะเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน เป็นผู้ที่เชื่อมั่นในพลังของชุมชน และยืนหยัดทำงานเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

“ทำงานด้วยหัวใจ ใช้ความรู้เป็นพลัง สร้างระบบสุขภาพที่เข้มแข็ง และไม่ทอดทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง”

นี่คือคุณค่าของการเป็นข้าราชการสาธารณสุข และเป็นอุดมการณ์ที่นายภาสกร กิติศรีวรพันธุ์ ยึดถือในการปฏิบัติหน้าที่มาโดยตลอด เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความเข้มแข็งของชุมชนโพนสวรรค์ ในโอกาสต่อไป


ภาสกร กิติศรีวรพันธุ์

ความคิดเห็น
นายภาสกร กิติศรีวรพันธุ์ เป็นนักสาธารณสุขวิชาชีพและผู้บริหารสาธารณสุขระดับปฐมภูมิผู้ทุ่มเท ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนระบบสุขภาวะชุมชนในพื้นที่อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม โดยประวัติทางวิชาชีพและผลงานการทำงานของท่านสามารถพรรณนาได้เป็น 3 ด้านหลัก ดังนี้ครับ

1. เส้นทางวิชาชีพและการบริหารสาธารณสุขปฐมภูมิ

นายภาสกรเติบโตและก้าวหน้าในสายงานสาธารณสุขชุมชน โดยได้เข้าดำรงตำแหน่งสำคัญคือ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (ผอ.รพ.สต.) ในเขตอำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม (เช่น รพ.สต.บ้านโพนจาน) ท่านทำหน้าที่เป็นหัวเรือใหญ่ในการบริหารงานสาธารณสุขระดับรากหญ้า ดูแลระบบสุขภาพปฐมภูมิที่เข้าถึงประชาชนในหมู่บ้านและชุมชนห่างไกลโดยตรง ทั้งในด้านการรักษาพยาบาลเบื้องต้น การส่งเสริมสุขภาพ และการฟื้นฟูสมรรถภาพ

2. ความเชี่ยวชาญและการขับเคลื่อนงานชุมชน

ในด้านวิชาชีพ นายภาสกรได้รับการรับรองและขึ้นทะเบียนเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญ ด้านการป้องกันโรคและควบคุมโรค จากสภาการสาธารณสุขชุมชน ซึ่งเป็นองค์กรวิชาชีพควบคุม ท่านได้นำความรู้ความเชี่ยวชาญนี้มาพัฒนาระบบเฝ้าระวังโรคระบาดในท้องถิ่น รวมถึงเป็นผู้นำในการจัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เด่นชัด อาทิ:
• การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ: ขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพโรงเรียนผู้สูงอายุและการดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง (Long Term Care) ในชุมชน
• การสร้างความร่วมมือในพื้นที่: ทำงานบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และผู้นำชุมชนอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างเครือข่ายสุขภาพที่เข้มแข็ง

3. เกียรติคุณและรางวัลแห่งความสำเร็จ

จากความมุ่งมั่นและความอุตสาหะในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชน ทำให้นายภาสกรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติในระดับจังหวัด โดยเคยได้รับเลือกให้เป็น "ต้นแบบ นักสาธารณสุขทองคำ" ของจังหวัดนครพนม รางวัลนี้นับเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเป็นผู้นำที่มีคุณธรรม มีผลงานเชิงประจักษ์ และเป็นแบบอย่างที่ดีงามให้แก่นักสาธารณสุขรุ่นหลังในการอุทิศตนเพื่อสุขภาวะของชุมชน

ประกาศล่าสุดในบอร์ดเดียวกัน

18 ชั่วโมงที่ผ่านมา
204207 Icon ภาสกร กิติศรีวรพันธุ์ 1 อ่าน 5 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา
18 ชั่วโมงที่ผ่านมา
1 ปีที่ผ่านมา
204207 Icon 204207 อ่าน 45 1 ปีที่ผ่านมา
1 ปีที่ผ่านมา
204207 Icon 204207 อ่าน 60 1 ปีที่ผ่านมา
1 ปีที่ผ่านมา
204207 Icon 204207 1 อ่าน 85 2 ปีที่ผ่านมา
2 ปีที่ผ่านมา
204207 Icon 204207 อ่าน 82 2 ปีที่ผ่านมา
2 ปีที่ผ่านมา
2 ปีที่ผ่านมา
204207 Icon 204207 อ่าน 167 2 ปีที่ผ่านมา
2 ปีที่ผ่านมา
204207 Icon 204207 2 อ่าน 93 2 ปีที่ผ่านมา
2 ปีที่ผ่านมา
204207 Icon 204207 อ่าน 98 3 ปีที่ผ่านมา
3 ปีที่ผ่านมา
6 ปีที่ผ่านมา