รีวิวแชร์ประสบการณ์การเช่าจักรยานในญี่ปุ่น (โตเกียว) และการขี่จักรยานในญี่ปุ่น แบบละเอียดยิบ!

japan profile image japan
หลังจากไปเที่ยวญี่ปุ่นมาหลายครั้งหลายหน คราวนี้ผมอยากลองหาประสบการณ์ใหม่ๆและช่วยในการเดินทางของเราด้วย นั่นก็คือ

"การเช่าจักรยานขี่ในญี่ปุ่น" นั่นเองครับ ซึ่งคนที่เคยไปญี่ปุ่นมาแล้วจะเห็นว่าคนญี่ปุ่นเองนิยมขี่จักรยานกันเยอะมาก รวมถึงถนนหนทาง และทางสำหรับขี่จักรยานก็ทำไว้ดีมากๆ แต่เนื่องจากเราเป็นนักท่องเที่ยว การซื้อจักรยานเองคงจะดูลงทุนเยอะไปสักหน่อยหรือจะให้แบกจักรยานไปเองก็คงไม่ไหว หลังจากที่ค้นหาข้อมูลตามเว็บไซท์อยู่นานพอสมควร แต่ก็หาข้อมูลได้นิดหน่อย บางเว็บก็เป็นข้อมูลเก่ามากๆ สุดท้ายจึงต้องดั้นด้นด้วยตัวเองครับ จึงอยากนำประสบการณ์ในครั้งในมาแบ่งปันสำหรับผู้ที่สนใจอยากจะลอกการบ้านตามครับ


ความคิดเห็น
japan profile image japan
หากใครที่เคยค้นหาเรื่องการเช่าจักรยานมาบ้างแล้วตามกูเกิ้ล ก็จะเห็นว่ามีแนะนำให้ไป muji บ้าง tokyo bike บ้าง y's road บ้าง แต่ขอบอกว่าข้อมูลเหล่านั้นล้าสมัยไปแล้วครับ อย่าง muji เองรู้สึกจะยกเลิกการให้เช่าจักรยานไปแล้ว (ไม่แน่ใจว่ายังมีบางสาขาให้เช่าอยู่มั้ย) ส่วน tokyo bike เอง หน้าเว็บที่เกี่ยวกับการเช่าจักรยานก็เข้าไม่ได้แล้ว เลยไม่รู้ว่ายังมีให้เช่าอยู่มั้ย

หลังจากค้นหาและทำการบ้านอยู่หลายวัน ผมจึงได้ลายแทงมาที่ค่อนข้างชัวร์ 2 วิธี นั่นก็คือ

1. เช่าจักรยานตาม bicycle parking ซึ่งตามลานจอดจักรยานหรืออาคารจอดเค้าจะมีบริการให้เช่าด้วย แต่มีแค่บางที่เท่านั้น เป้าหมายที่ผมเล็งไว้คือแถว UENO ใกล้กับที่พักผมในทริปนี้ โดยอยู่ตรงข้ามตึกม่วง takeya เลย และก็เป็นที่ๆผมได้ไปเช่ามาขี่สำเร็จเรียบร้อยในทริปนี้แล้ว

2. เช่าจักรยานไฟฟ้า ของ cogicogi (http://cogicogi.jp/index_en.asp) เป็นบริการให้เช่าจักรยานไฟฟ้าเท่านั้น เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว มีรายละเอียดในเว็บค่อนข้างดีและครบถ้วน ต้องทำการจองล่วงหน้าไปก่อน จุดที่ให้เช่าจักรยานมีตามสถานที่สำคัญๆเช่น ueno, asakusa, shibuya, meguro, roppongi เป็นต้น สำหรับทริปนี้ผมก็ได้ลองทำการเช่ากับ cogicogi ไปด้วยเหมือนกัน โดยเป็นคนละวันกับที่ไปเช่าที่ ueno ซึ่งเดี๋ยวผมจะอธิบายรายละเอียดให้อีกครั้งครับ
japan profile image japan
เริ่มจากที่แรกกันก่อนเลย (และเป็นวันแรกของทริปนี้ด้วย) เป็นที่ให้เช่าจักรยานที่อยู่ใน bike parking ใต้ดินแถว UENO ครับ ดูจากแผนที่ในรูปจะอยู่ตรงหมุดสีแดงๆที่ปักไว้ครับ จุดนั้นคือธนาคาร Bank of Tokyo UFJ อยู่ตรงข้ามกับตึกม่วง Takeya เลย หาง่ายมากๆ จุดที่ให้เช่าจะอยู่ใต้ดินนะครับ ต้องเดินลงใต้ดินไปก่อน

ถ้าไม่ได้พักแถว UENO หรือนั่งรถไฟฟ้ามาจากสถานีอื่น ให้ลงสถานี Okachimachi นะครับ จะเดินใกล้กว่า ประมาณ 150 เมตรเอง

japan profile image japan
ดูใน street view จากฝั่งของตึกม่วงจะเห็นทางลงใต้ดินแบบนี้ ตรงจุดที่ทำเครื่องหมายสีแดงไว้

japan profile image japan
หน้าทางลงที่ bike parking ครับ ดูเผินๆก็จะเหมือนกับทางลงสถานีรถไฟใต้ดิน แต่ตรงข้างบันไดที่เดินลงจะมีรางเอาไว้สำหรับจูงจักรยานได้ครับ


ที่นี่ภาษาญี่ปุ่นเค้าจะอ่านว่า เรนต้า-ไซคุรุ (ren-ta-cy-ku-ru) นะครับ ถ้าหาไม่เจอก็ให้ถามคนแถวนั้น แต่ให้สะกดแบบญี่ปุ่นนะ ถ้าไปพูดสำเนียงฝรั่งจ๋าแบบ เร็นทัลลไบซึเคิล เค้าฟังไม่รู้เรื่องครับ!!

japan profile image japan
จริงๆที่ให้เช่าจักรยานที่นี่ก็มีเว็บไซต์นะครับ แต่เป็นภาษาญี่ปุ่น http://www.city.taito.lg.jp/smph/index/kurashi/kotsu/jitensha/rental.html

เข้าไปแล้วจะลอง translate to english ดูเพิ่มเติมก็ได้ครับ สำหรับจุดที่ผมพาไปครั้งนี้คือสาขาที่อยู่ในกรอบสีแดงครับ ชื่อสาขาว่า naka-okachimachi

เข้าใจว่าเหมือนจะเป็นของทางรัฐบาลญี่ปุ่นเองครับ ถ้าเข้าไปดูในเว็บจะเห็นจุดที่ให้เช่าจริงๆในเขต taito (แถวๆ UENO รวมไปถึงย่าน asakusa จะเรียกว่าเขต Taito) มีอยู่ 4 จุด แต่ผมเลือกจุดที่สะดวกและง่ายต่อการเดินทางที่สุดมาให้แล้วครับ

ที่นี่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไม่รู้จัก เพราะว่าเค้าเน้นให้คนญี่ปุ่นเช่าเองมากกว่าครับ แบบฟอร์มต่างๆก็เป็นภาษาญี่ปุ่น พนักงานเองก็พูดอังกฤษได้น้อยมาก แต่ก็เรียกว่าพอถูไถได้ครับ

แต่ถ้าพอมีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นบ้าง พอจะสะกดตัวฮิรางานะได้ก็จะสื่อสารได้ง่ายขึ้นเยอะ

japan profile image japan
เอาล่ะครับ เมื่อเรามาถึงแล้ว ก็ลงไปทำการเช่าจักรยานกันเลย

เมื่อเดินลงบันไดไปแล้ว ทางขวามือจะมีห้องของเจ้าหน้าที่อยู่ ให้เราไปคุยกับเจ้าหน้าที่เลยครับว่าเราต้องเราจะเช่าจักรยาน โดยเราจะต้องบอกเจ้าหน้าที่ว่า เราจะเช่ากี่คัน และเช่าเป็นระยะเวลากี่ชั่วโมง โดยค่าเช่าจักรยานขั้นต่ำสำหรับ 4 ชม.แรก เริ่มต้นที่คันละ 200 เยนครับ หรือประมาณ 60 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าถูกมากๆครับ แต่ถ้าเช่าทั้งวันก็อยู่ที่ 300 เยน ไม่มีค่ามัดจำใดๆทั้งสิ้น ซึ่งผมแนะนำว่าให้เลือกแบบเช่าทั้งวันไปเลยก็ได้ ถ้าคิดว่าน่าจะใช้งานเกิน 4 ชม.อยู่แล้ว 

สิ่งที่ต้องใช้ในการเช่าจักรยานก็คือ passport ครับ เอาติดไปด้วย เค้าจะขอไปถ่ายเอกสารแล้วก็ให้เรากรอกแบบฟอร์ม ตัวฟอร์มจะเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่เจ้าหน้าที่เค้าจะช่วยอธิบายให้ว่าช่องใหนเขียนอะไร ซึ่งจริงๆก็ไม่ยาก เพราะเท่าที่จำได้ก็คือเขียนชื่อ นามสกุล กับที่อยู่ (ให้เขียนชื่อโรงแรมลงไป) กับหมายเลข passport แค่นั้นเองครับ เสร็จแล้วก็่จ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ แล้วเค้าจะพาเราไปเลือกจักรยานที่เราจะเช่าครับ

ในรูป ซ้ายมือคือเจ้าหน้าที่ที่ช่วยเราอธิบายการกรอกแบบฟอร์มครับ อัธยาศัยดีมาก
รูปขวาบน คือภายในโรงจอดจักรยาน รูปขวาล่างคือแบบฟอร์มที่ต้องกรอกครับ ต้องกรอกแบบฟอร์ม 1 คันต่อ 1 ใบครับ ถ้าเช่า 3 คันก็กรอกไป 3 ใบ

japan profile image japan
หน้าตาของจักรยานที่ให้เช่าจะเป็นแบบนี้ หรือที่เรียกกันว่าจักรยานแม่บ้านนั่นล่ะครับ มีรุ่นเดียว แต่มีหลายสีให้เลือก แล้วแต่จะเหลือสีใหนให้เราเลือก วันที่ผมไปก็ราวๆบ่ายโมงวันศุกร์ได้ มีเหลืออยู่ประมาณ 5 คันให้เลือกครับ ผมเช่าทั้งหมด 3 คัน ก็เลยเลือกมาตามรูปนี้

japan profile image japan
เจ้าจักรยานแม่บ้านแบบนี้ จะไม่มีเกียร์ให้เปลี่ยน แต่มีเบรค กระดิ่ง และไฟหน้าติดมาให้เลย ไม่มีไฟท้ายครับ ส่วนที่ lock จักรยานนั้น จะเป็นแบบยึดติดกับตัวจักรยานเลย เรียกว่า built-in สำเร็จมาให้ เราก็จะได้กุญแจสำหรับล้อคมาคันละดอก รักษาให้ดีๆครับ ทำหายไปนี่งานเข้าเลย
ตัวล้อคจักรยานนี่เวลาเราปลดล้อค เราจะดึงกุญแจออกไม่ได้นะ ให้เสียบคาไว้เลย พอเวลาจอดเราก็ดึงตัวล้อคลงมา ถึงจะดึงกุญแจออกได้ครับ

japan profile image japan
ที่หน้ารถจักรยานจะมีป้ายกระดาษติดไว้ตรงตระกร้าเขียนไว้ประมาณว่า เป็นจักรยานเช่ามา ของสถานที่.... พร้อมกับเบอร์รถ และเบอร์โทรของศูนย์ให้เช่าจักรยานไว้ด้วย เรียกว่า ขี่ไปใหนมาใหนคนเค้าก็รู้ทันทีเลยว่า "นี่จักรยานเช่ามานี่หว่า!"

เมื่อเราได้จักรยานมาแล้ว เราสามารถทำการปรับความสูงต่ำของเบาะได้เอง โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใดๆทั้งสิ้น ตรงใต้เบาะ (หลักอาน) จะมีก้านโยกไว้ล้อคหลักอานอยู่ ให้หมุนคลายออกได้เลย เหมือนกับพวกจักรยานพับครับ เมือปรับได้ความสูงตามต้องการแล้วก็หมุนล้อคได้เลย ง่ายๆครับ 
ปรับให้สูงพอที่เอาขายันพื้นได้กำลังดี เพราะเวลาขี่ในเมือง บ่อยครั้งที่จะต้องจอดๆหยุดๆ 

japan profile image japan
ที่นี่เราก็พร้อมจะที่ปั่นจักรยานป่วนเมือง!! เอ้ยไม่ใช่ ขี่จักรยานรอบเมืองกันแล้วครับ

กฏระเบียบและวิธีการขี่จักรยานในญี่ปุ่นนั้น จำง่ายๆครับ ถ้าขี่บนทางเท้าได้ (มีขนาดกว้างพอ คนไม่เยอะมาก) ก็ขี่บนทางเท้าได้เลย ดูจากในรูปตามนะ จะเห็นว่าทางเท้าจะมีเส้นสีเหลืองๆอยู่ตรงกลาง โดยหลักการแล้ว ฝั่งด้านใน จะเป็นช่องคนเดิน ส่วนฝั่งด้านนอก จะเป็นเลนจักรยาน 

ทางเท้าบางที่จะมีป้ายบอกไว้ชัดเจนว่าช่องใหนสำหรับจักรยาน ช่องใหนสำหรับคนเดิน หรืออาจจะเขียนไว้ที่พื้นถนนเลย คือบางที่ ทางเท้าอาจจะไม่ได้เหมือนกับในรูปด้านล่างเสมอไป! ก็ต้องอาศัยคอยๆดูเอา

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราจะเห็นคนเดินเท้า ทั้งในช่องคนเดินและช่องจักรยาน นั่นก็เพราะว่า ตามกฏแล้ว เค้าจะให้สิทธิ์คนเดินเท้าสำคัญที่สุดครับ ยานพาหนะทุกชนิดต้องระวังคนเดินเท้าเป็นอันดับแรกสุด คือถ้าเราขี่ในเลนจักรยานแล้ว แต่เจอคนเดินขวางอยู่ ก็ให้เราขี่หลบไปเลยได้ หรือเราสามารถกดกระดิ่งบอกเค้าก็ได้ (ในกรณีที่หลบไม่ได้)

แต่ถ้าขี่เข้าไปในจุดที่คนเดินเท้าเยอะมากๆ ก็มีทางเลือกอยู่สองทางคือ ลงไปขี่ริมถนนเลย หรือ เข็นจักรยานเอา



japan profile image japan
อย่างถนนเส้นนี่ ระหว่างเลนคนเดินเท้ากับเลนจักรยานจะมีต้นไม้คั่นอยู่ ให้สังเกตุป้ายบอกที่พื้นนะครับ

japan profile image japan
ถ้าเป็นช่วงที่ไม่มีเส้นแบ่งกั้น หรือไม่มีป้ายบอก ก็ให้ใช้กฏ "จักรยานอยู่ด้านนอก" เสมอ และให้ความระมัดระวังกับคนเดินเท้าให้มากๆ และอย่าขี่เร็วครับ

japan profile image japan
การขี่จักรยานที่ญี่ปุ่นนั้น เป็นเรื่องที่สะดวกสบายและปลอดภัยมากๆ ถ้าเป็นจักรยานแม่บ้านทั่วๆไป ไม่ต้องสวมหมวกกันน้อคก็ได้ครับ เพราะไม่ได้ขี่เร็วอยู่แล้ว แล้วก็ไม่จำเป็นต้องติดไฟท้าย แต่ถ้าเป็นจักรยานเสือหมอบ ส่วนใหญ่ก็จะลงไปขี่บนถนนกันเลย แล้วก็จะใส่หมวกกันเพราะว่าขี่เร็วกว่าจักรยานแม่บ้าน

สภาพพื้นผิวถนนที่ญี่ปุ่นนั้น ถือว่าดีมากๆทั้งบนถนนและในทางเท้า ไม่มีหลุมบ่อ ไม่มีท่อน้ำ ไม่ต้องกลัวขี่ๆไปแล้วหัวคะมำหน้าทิ่มแต่อย่างใด ถ้าเกิดมีการซ่อมถนนหรือซ่อมทางเดินเท้า เค้าจะมีกรวยกั้นเอาไว้อย่างดี หรือบางทีจะมีเจ้าหน้าที่ยืนโบกให้ระวังตรงจุดที่ทำการซ่อมแซมด้วย!! คุณผู้หญิงที่ยังไม่เคยขี่จักรยานมาก่อน หรือกลัวเรื่องความปลอดภัย รับรองได้ว่าปลอดภัยแน่นอนครับ แค่อย่าไปขี่ฝ่าไฟแดงก็พอแล้ว

ผมจำได้ว่ามีอยู่ครั้งนึงเปิดดูทีวีของญี่ปุ่นเมื่อหลายปีก่อน ออกข่าวเรื่องฝาท่อระบายน้ำชำรุด แล้วคงมีอุบัตเหตุอะไรเกิดขึ้นสักอย่าง พี่ยุ่นแกออกข่าวกันใหญ่โตแทบทุกช่อง ข้ามวันข้ามคืน ยิ่งกว่า รถเมล์สาย 8 บ้านเราทับคนตายซะอีก!!

japan profile image japan
สำหรับการจอดจักรยานนั้น ถ้าเราต้องการจอดแค่ไม่กี่นาที หรือจอดแวะถ่ายรูป ก็สามารถหาที่ๆที่ไม่เกะกะชาวบ้านเค้าจอดได้เลย ขอให้เป็นที่เป็นทางไม่ขวางทางคนอื่นเค้าก็พอ แต่ถ้าจะจอดนานๆ (เกิน 15 นาทีขึ้น) ก็ควรจะจอดในที่ๆที่เค้าให้จอดเฉพาะเท่านั้นครับ

japan profile image japan
ถ้าเจอเนินชันๆ หรือขึ้นสะพาน ถ้าปั่นไม่ไหวก็เดินจูงเอาแบบนี้ครับ แต่ถ้าเป็นจักรยานไฟฟ้าก็ปั่นขึ้นสบายๆเลย ซึ่งเดี๋ยวผมจะพูดถึงการเช่าเจ้าจักรยานไฟฟ้าอีกทีนะครับ

japan profile image japan
ช่วงจอดแวะถ่ายรูปซากุระสวยๆริมแม่น้ำ sumida ครับ ถ้าไม่ได้ขี่จักรยานมารับรองว่าไม่มีทางได้ชมวิวสวยๆแบบนี้แน่ (คือถ้าให้เดินเอาก็คงขาพังกันพอดี)

japan profile image japan
ปั่นชมวิวไปเรื่อยๆชมวิวสวย สบายกว่าเดินเท้ามากๆ ได้เห็นอะไรมากกว่าเยอะ 

japan profile image japan
เส้นทางที่ผมปั่นในครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่ตรง UENO ปั่นมาทางวัด Asakusa แล้วก็ข้ามแม่น้ำ sumida มาทาง tokyo sky tree ครับ แล้วก็ปั่นกลับไปทางวัด Asakusa แล้วก็ปั่นลงไปทางสถานี Tokyo ไปจนเกือบๆถึงย่าน Ginza แล้วก็ปั่นกลับ UENO ครับ

ช่วงริมแม่น้ำ sumida ที่ใกล้ๆจะถึง tokyo sky tree จะมีต้นซากุระเยอะมาก ถ้าได้มาช่วงที่ซากุระบานพอดีก็จะได้เห็นวิวสวยๆแบบนี้ครับ

japan profile image japan
การปั่นจักรยานไปรอบๆเมือง ทำให้เราเห็นอะไรได้มากกว่าเดิมเยอะ

japan profile image japan
ผู้ชายหรือวัยรุ่นญี่ปุ่นเองก็นิยมขี่เสือหมอบกันเยอะเหมือนกัน พบเห็นได้ตลอดการเดินทาง

japan profile image japan
ขี่จาก Tokyo Sky Tree มาแถวๆสถานี Tokyo ครับ

japan profile image japan
สำหรับการเช่าจักรยานแม่บ้านในวันแรกก็จบไปนะครับ อีกวันต่อมาจะเป็นคิวของจักรยานไฟฟ้าบ้างแล้ว (เช่าผ่าน cogicogi.jp)

สำหรับการเช่าผ่าน cogicogi.jp นั้น ค่อนข้างจะยุ่งยากสักนิดนึง เนื่องจากต้องทำการจองล่วงหน้าไปก่อน และต้องจ่ายเป็นบัตรเครดิตเท่านันครับ ผมสรุปรายละเอียดหลักๆให้ดังนี้

1. ถ้าเป็นนักท่องเที่ยว เช่าขั้นต่ำเริ่มต้นต่อ 1 วัน ราคา 1,620 เยน ไม่ต้องสมัครสมาชิก (ถ้าเช่าเป็นเรทต่อชั่วโมงจะต้องสมัครสมาชิกก่อน ซึ่งยุ่งยากมาก ไม่แนะนำ) ถือว่าแพงกว่าเช่าจักรยานแม่บ้านเยอะมากๆ

2. ต้องจองและชำระเงินไปก่อน ผ่านบัตรเครดิต จองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน หากเปลี่ยนใจหรือไม่สามารถไปรับจักรยานได้ จะโดนหักครึ่งนึง แต่ข้อดีคือถ้าจองไปแล้วก็ได้ขี่แน่นอน ไม่ต้องเสี่ยงกับการเจอจักรยานหมด 

3. เลือกจุดที่ไปรับจักรยานได้หลายจุด ส่วนใหญ่จะอยู่กับโรงแรม 3-4 ดาว ดูจุดที่ให้เช่าในแผนที่ตามนี้ http://cogicogi.jp/portmap/skytree/index_en.asp ในเว็บไซต์เค้าจะแบ่งเขตเป็นสองฝั่ง คือฝั่ง Tokyo Sky Tree (โซน ueno, asakusa) กับฝั่ง Shibuya (โซน harajuku, meguro, shinjuku)

4. มีเฉพาะจักรยานไฟฟ้าเท่านั้น และมีรุ่นเดียว ขนาดเล็กกว่าจักรยานแม่บ้าน (ศัพท์จักรยานเรียกว่าไซส์ mini touring) แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถขี่ได้ครับ จะบังคับค่อนข้างยากกว่านิดนึง เนื่องจากแฮนด์มีขนาดเล็กกว่า แต่ข้อดีคือขี่ขึ้นเนิน ขึ้นสะพาน ทางชันสบายมากๆ แทบไม่ต้องออกแรง แถมมีเกียร์ให้ 3 อัตราทด ถ้าแบตหมดก็สามารถขี่ต่อได้ เพียงแค่ไม่มีมอเตอร์ช่วยเท่านั้น

japan profile image japan
สำหรับการจองผ่าน cogicogi.jp นั้น ค่อนข้างจะลำบากสักนิดนึงเนื่องจาก หน้าเว็บสำหรับการจองที่เป็นภาษาอังกฤษนั้นดันใช้ไม่ได้ ขึ้น error อะไรก็ไม่รู้ ผมจึงต้องใช้หน้าการจองที่เป็นภาษาญี่ปุ่นแทน แล้วก็ค่อยเปิด translate เอาครับ แต่เดี๋ยวผมจะถยอยๆแปลให้ครับ

หน้าสำหรับการจอง (ภาษาญี่ปุ่น) https://cogicogi.jp/i/reg/1day/

เมื่อเข้าไปในหน้าแรก เค้าจะให้เราเลือกจุดที่เราจะไปรับจักรยาน ในครั้งนี้ผมเลือกไปรับที่โรงแรม Grand Bell Shibuya ซึ่งเดินทางไปสะดวกที่สุดแล้ว และมีพนักงานคอยให้บริการด้วย ถ้าเป็นจุดอื่นบางที่จะเป็นตู้ระบบอัตโนมัติ กลัวจะมีปัญหา เลยเลือกจุดที่เป็นโรงแรมและมีพนักงานคอยช่วยดีกว่า

japan profile image japan
เมื่อเราคลิ้ปที่ปุ่ม ก็จะเข้าสู่หน้าจอถัดไป ดูคำแปลตามในรูปได้เลยครับ

ส่วนเบอร์โทรศัพท์ ให้ใส่ขึ้นต้นด้วย 66 แล้วตามด้วยเบอร์มือถือ (ตัดเลข 0 ออก)
เช่นเบอร์เรา 081-999-9999 ก็ให้ใส่ 6681 999 9999

japan profile image japan
จากนั้นกดปุ่มด้านล่างก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการชำระเงิน

ระบบจะให้เราเลือกประเภทบัตรเครดิต จากนั้นก็กดปุ่ม

หน้าต่อมาจะเป็นตัวหนังสือสีแดงเขียนเตือนว่า ระบบจะไม่สามารถคืนเงินได้เมื่อทำการจองไปแล้ว ถ้าคุณแน่ใจ ก็ให้กดปุ่ม เพื่อทำรายการต่อ

japan profile image japan
พอถึงหน้านี้ ให้เราใส่เลขบัตรเครดิตของเราลงไป และต้องเป็นบัตรเครดิตชื่อเดียวกับตอนที่จะไปรับจักรยานด้วย ให้ใส่ตามรูปที่แปลไว้ให้ได้เลยครับ

ตรงนี้ต้องแน่ใจว่าถ้ากด Register แล้ว ก็คือเป็นการยืนยันการเช่าเลยนะครับ ไม่สามารถยกเลิกได้

หลังจากเรากด Register ไปแล้ว ระบบจะส่งการยืนยันการจองมาให้ในอีเมล์ที่เราระบุไว้ ให้เราพิมพ์เมล์ที่เค้าส่งมาให้ออกมา หรือ capture หน้าจอไว้ให้ดี เพราะเราจะต้องใช้ยื่นให้กับเจ้าหน้าที่เวลาจะไปรับจักรยานครับ

japan profile image japan
จากนั้นเวลาเราไปถึงญี่ปุ่นแล้ว เราก็ไปยังจุดรับจักรยานที่เราได้ทำการลงทะเบียนไว้ ซึ่งตามที่ผมได้ลงทะเบียนไว้คือที่ โรงแรม Grand Bell Shibuya ครับ ให้เราลงสถานี JR Shibuya แล้วออกทางออก West Exit จากนั้นเดินลงทิศใต้มาตามแผนที่ ประมาณ 300 เมตร เดินจริงๆประมาณไม่เกิน 10 นาที

japan profile image japan
หน้าตาของโรงแรมครับ ค่อนข้างเล็กนิดนึงต้องคอยสังเกตุให้ดีๆ ระวังจะเดินเลย

*ขออนุญาติใช้รูปจาก Google Stree View มาให้ดู

เมื่อเราถึงที่โรงแรมแล้วก็ให้เข้าประตูเข้าไป แล้วก็นำอีเมล์ที่ทาง cogicogi เค้าส่งมาให้ยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ได้เลยครับ เค้าก็จะเอากุญแจจักรยานมาให้เรา ไม่ต้องเซ็นเอกสารอะไรเพิ่มเติมแล้ว เค้าอาจจะแนะนำวิธีการใช้จักรยานไฟฟ้าให้ แต่ถ้าสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ไม่รู้เรื่องก็ไม่เป็นไรครับ ลองเล่นๆดูเอาได้เลย ใช้ไม่ยากครับ

japan profile image japan
ได้จักรยานไฟฟ้ามาแล้วครับ คันเล็กๆแบบนี้ ขี่เหมือนจักรยานปกติเลย แต่จะมีมอเตอร์ช่วยเพิ่มแรงให้เรา อารมณ์เหมือนมีคนช่วยดันจักรยานอยู่ข้างหลังครับ

เราสามารถเลือกความแรงของมอเตอร์ได้ 3 แบบ แบบแรกจะเป็นแรงสุด แต่กินแบตเตอรี่มาก กับแบบอ่อนก็จะช่วยน้อยลง แต่ใช้งานได้นานกว่า และแบบอัตโนมัติ คือระบบจะปรับให้ตามกำลังและความชันของถนนครับ ก็ลองเลือกโหมดได้ตามความต้องการเลย

ตอนที่ผมขี่ในทริปนี้ ผมเลือกแบบแรงสุดไว้ตลอด คือช่วยมากสุด สบายขามากๆครับ ออกแรงถีบนิดเดียวมอเตอร์มันจะช่วยเพิ่มแรงส่งเข้าไปอีก แรกๆจะรู้สึกแปลกๆนิดหน่อย แต่ขี่ไปสักพักก็ชินครับ

japan profile image japan
จาก Shibuya ผมจะปั่นไปดูซากุระที่สถานี naka-meguro โดยจะผ่านย่านที่เรียกว่า Daikanyama ก่อน ระยะทางเรียกได้ว่าสั้นมากๆ ประมาณ 2-3 กิโลเท่านั้นเอง

จากรูปผมใช้โปรแกรม endomondo (เป็นโปรแกรมบน Android ใช้จับระยะทางการขี่จักรยานครับ) จับระยะทางจาก Shibuya ปั่นไปจนถึง NakaMeguro เป็นระยะทางเกือบ 3 กิโล ใช้เวลาทั้งหมด 1 ชั่วโมง รวมเวลาจอดแวะช้อปปิ้งและนั่งกินกาแฟที่ Daikanyama แล้ว

japan profile image japan
ช่วงแวะจอดพักที่ Daikanyama ครับ จอดไว้ข้างๆรั้วริมทางเดินได้เลย แล้วก็ lock จักรยาน เหมือนกับจักรยานแม่บ้านครับ

japan profile image japan
คนที่นี่เค้าก็จอดพิงกับรั้วแบบนี้เหมือนกัน เราก็จอดๆตามเค้าไปเลย

japan profile image japan
แถวๆย่าน Daikanyama จะมีร้านค้าอยู่ตามตรอกซอกซอยเล็กๆ ลองขี่วนดูก็ได้ครับ ร้านค้าแถวนี้จะเป็นร้านเล็กๆน่ารักๆ ส่วนใหญ่สาวญี่ปุ่นจะชอบมาเที่ยวที่นี่กัน

japan profile image japan
มีร้านกาแฟ ร้าน cafe ให้นั่งพักอยู่หลายร้านเหมือนกัน

japan profile image japan
จาก Daikanyama ก็ปั่นต่อไปที่ naka-meguro ซึ่งเป็นจุดชมซากุระที่นิยมกันอีกจุดนึงครับ

japan profile image japan
อาจจะเคยเห็นรูปต้นซากุระอยู่ริมคลองแบบนี้ตามเว็บต่างๆมาบ้างแล้ว นั่นคือที่ nakameguro นี่เองครับ

japan profile image japan
หลังจากชมความงามของซากุระอยู่สักพัก ก็ปั่นกลับครับ โดยปั่นกลับทางเดิมที่เรามาได้เลย เวลาเราเอาจักรยานไปคืน เราก็จอดในช่องจอดหน้าโรงแรม แล้วก็เอากุญแจไปคืนพนักงานได้เลยครับ ไม่ต้องเซ็นเอกสารอะไรอีก

japan profile image japan
สรุปการเช่าจักรยานขี่ในญี่ปุ่นนะครับ

1. เช่าจักรยานแม่บ้านตาม bike parking ที่มีบริการให้เช่า ข้อดีคือ ราคาถูกมาก วันละ 300-400 เยน นักท่องเที่ยวก็เช่าได้ แต่ข้อเสียคือ หายากนิดนึงถ้าไม่ทำการบ้านไปให้ดี เพราะไม่มีหน้าเว็บที่เป็นภาษาอังกฤษเลย และไม่สามารถทำการจองล่วงหน้าได้ เสี่ยงกับการไปถึงแล้วไม่มีจักรยานเหลือให้เช่า ในกรณีที่ต้องการเช่าหลายๆคัน แต่ถ้าเช่าแค่คันสองคัน ก็น่าจะพอมีเหลืออยู่บ้าง (วันที่ผมไปมีเหลืออยู่ประมาณ 5 คัน)

2. เช่าจักรยานไฟฟ้าของ cogicogi.jp ข้อดีคือ ทำการจองล่วงหน้าไปก่อนได้ ได้ขี่แน่นอน และเป็นจักรยานไฟฟ้า ช่วยผ่อนแรงได้มาก เหมาะสำหรับคนแรงน้อย หรือสาวๆที่ไม่เคยขี่จักรยานมาก่อน แบตเตอรี่อยู่ได้ราวๆ 3 ชั่วโมง แบตหมดก็ยังขี่ต่อได้ แต่ข้อเสียคือ แพง! (1,650 เยนต่อวัน หรือประมาณ 500 บาท) และถ้าจองไปแล้วไม่สามารถยกเลิกได้ ซึ่งถ้าหากเกิดฝนตก หรือเปลี่ยนใจภายหลังก็ต้องเสียตังค์ไปเลย

ส่วนคำถามที่ว่า พวกจักรยานดีๆอย่าง touring bike หรือ mountain bike นั้น มีให้เช่าหรือไม่ คำตอบคือ มีครับ แต่แพงกว่ามาก แล้วก็จองล่วงหน้าผ่านเว็บไม่ได้ (ต้องให้คนพูดญี่ปุ่นได้ โทรศัพท์ไปจองเองครับ) เท่าที่ทราบ ที่โตเกียวจะมีให้เช่า mountain bike อยู่ที่ตึก Mitsubishi ที่เดียวกับ sky bus tour ครับ แล้วก็รู้สึกจะมีให้เช่าแค่ 3-4 คันเท่านั้น คือถ้าใครที่ไปคนเดียวหรือพักแถวๆนั้นพอดีจะลองเข้าไปสอบถามข้อมูลดูก่อนก็ได้ครับ แต่จริงๆแล้วการขี่จักรยานแม่บ้าน ก็ไม่ได้ลำบากเท่าไรนัก เหมาะสำหรับการขี่ชมวิว ปั่นไปจอดแวะไปก็ไม่ได้เมื่อยขาแต่อย่างใด แต่อาจจะเจ็บก้นบ้างนิดหน่อยครับ

หากผมมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเช่าจักรยานในญี่ปุ่นที่อื่นๆอีกก็จะนำมารีวิวให้เพิ่มนะครับ!


japan profile image japan
เพิ่มเติมเส้นทางที่ผมปั่นจักรยานในโตเกียววันแรกครับ (ใช้ไมล์ของ cateye จับระยะทางครับ)

janya12 profile image janya12
ประกาศล่าสุดในบอร์ดเดียวกัน
5 ปีที่ผ่านมา
japan Icon รีวิวโรงแรม Shinjuku Sunroute Plaza Hotel 13 อ่าน 75,427 6 ปีที่ผ่านมา
6 ปีที่ผ่านมา