สหการประมูลประเมินตลาดรถมือสองปี 56 คาดกำลังซื้อยังมี เนื่องจากมีปจจัยหนุนจากนโยบายรับจำนำข้าว ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ดี คาดทั้งปียอดขาย 2 ล้านคันเทียบเท่าปีที่ผ่านมา
เอกพิทยา เอี่ยมคงเอก นายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหการประมูล จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ตามปกติขนาดของตลาดรถมือสองใหญ่กว่าตลาดรถใหม่ประมาณ 2 เท่า โดยในปี 2554ตลาดรถมือสองอยู่ที่ 1.8 เท่า แต่ในปี 2555 ตลาดรถมือสองลดลงเหลือ 1.5 เท่าของตลาดรถใหม่หรือประมาณ 2 ล้านคัน เนื่องจากผลกระทบจากนโยบายรถคันแรก และคาดว่าในปี 2556 การเติบโตของตลาดรถมือสองจะเทียบเท่ากับปี 2555 เพราะในช่วงครึ่งปีแรกจะยังมีการส่งมอบรถยนต์ในโครงการรถยนต์คันแรกอยู่
ขณะที่สถานการณ์การประมูลรถกระบะมือสองของเดือนมกราคมต่อกุมภาพันธ์นั้น เนื่องจากผลผลิตการเกษตรเริ่มทยอยสู่ตลาด รวมกับนโยบายรถคันแรกที่สิ้นสุดลง ทำให้ลูกค้าที่จองรถไม่ทันและลูกค้าที่ยังไม่ได้รับรถจนกว่าจะสิ้นปี กลุ่มนี้ก็จะหันมาสนใจรถมือสองคุณภาพดีเพิ่มมากขึ้น โดยจะเห็นได้จากภาวะตลาดประมูลรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ที่ส่งสัญญาณการฟื้นตัวมาตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา เพราะเมื่อหมดมาตรการคืนภาษีในช่วงสิ้นปี 2555 แล้ว สภาวะราคาประมูลรถยนต์มือสองเริ่มนิ่ง ทำให้พ่อค้ารถยนต์มือสองตัดสินใจซื้อรถยนต์เก็บเข้าสต๊อกเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตามสหการประมูลคาดว่าในช่วงไตรมาสแรก ปี 2556 ความต้องการซื้อรถยนต์อาจจะไม่คึกคักมากนัก เนื่องจากความต้องการซื้อได้ถูกดึงไปตัดสินใจซื้อรถยนต์ก่อนหมดอายุมาตรการ คืนภาษีในช่วงสิ้นปี 2555 ประกอบกับในช่วงไตรมาส 3ของปีนี้ค่ายโตโยต้าจะเปิดตัวรถอีโคคาร์ รวมทั้งอาจจะต้องติดตามสถานการณ์จำนวนรถยนต์ถูกยึดจากบริษัทไฟแนนซ์ที่คาด ว่าจะเริ่มเข้ามาในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้
"เราแนะนำให้ลูกค้าประมูลซื้อรถกระบะมือสองประเภท 1300 -1500 cc เมื่อระดับราคาอ่อนตัวลงมาที่ระดับ 2.26 – 2.40 แสนบาทต่อคัน และจากนโยบายรับจำนำข้าวของภาครัฐ ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งส่งผลทางอ้อมให้กลุ่มเกษตรกรมีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น กลุ่มเกษตรกรเหล่านี้เป็นผู้ซื้อรถกระบะไว้ใช้งาน ดังนั้นสหการประมูลมีมุมมองบวกต่อแนวโน้มตลาดประมูลรถกระบะมือสอง และแนะนำซื้อ Single Cab ที่ระดับราคา 2.2 – 2.29 แสนบาท/คัน , Club Cab ที่ระดับราคา 3.3 – 3.47 แสนบาท/คัน และ Double Cab ที่ระดับราคา 3.9 – 4.24 แสนบาท/คัน"
ส่วนแนวโน้มราคาประมูลเฉลี่ยจักรยานยนต์อยู่ในแนวโน้มขาลงตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2555 โดยราคาประมูลจักรยานยนต์ประเภท Moped ปรับตัวลดลง -10% ขณะที่ประเภท Automatic ปรับตัวลดลง -12.6% โดยบริษัทประเมินแนวโน้มตลาดประมูลจักรยานยนต์ เดือนมกราคม 2556 ยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่เมื่อพิจารณาจากปัจจัยบวก เช่น นโยบายเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท, นโยบายรับจำนำข้าว ซึ่งส่งผลให้กำลังซื้อในตลาดยังอยู่ในเกณฑ์ดี ประกอบกับราคาประมูลเฉลี่ยของจักรยานยนต์ทั้ง 2 ประเภทปรับตัวลงมาตั้งแต่เดือน ตุลาคม2555
นายเอกพิทยา กล่าวว่า คงต้องคอยดูในเรื่องของการคืนรถของลูกค้าและการยึดรถกระบะมือสองของสถาบันการเงินในช่วง ต้นปีนี้ ว่ามีมากน้อยแค่ไหนแต่อาจจะเห็นผลชัดเจนในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ประกอบกับมาตรการช่วยเหลือไฟแนนซ์ของรัฐบาลในการนำรถที่ร่วมโครงการคืนภาษี รถคันแรกมาเข้าประมูล และอีกเรื่องที่ต้องติดตามคือ การส่งมอบรถในโครงการรถคันแรกของค่ายรถต่าง ๆ ว่าจะสามารถส่งมอบได้หมดในช่วงไหน และรถใหม่ที่แต่ละค่ายจะทยอยออกมาในปี 2556 ด้วย
"ปีที่ผ่านมาตลาดรถยนต์ขยายตัวมาก โดยมีอัตราการเติบโตกว่า 70% ส่วนรถจักรยานยนต์มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากผลกระทบส่วนหนึ่งมาจากรถยนต์คันแรกที่เมื่อหักยอดคืนภาษี และเงื่อนไขของสถาบันการเงิน ทำให้ภาระในการผ่อนชำระไม่สูงมากนัก และผู้บริโภคส่วนหนึ่งต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตจึงหันมาผ่อนซื้อรถยนต์ใน โครงการรถยนต์คันแรก โดยภาพรวมคาดว่ายอดขายของจักรยานยนต์ในปี 2556 จะอยู่ในระดับ 2 ล้านคันหรือเติบโตไม่มากนัก เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนแปลงไป หันไปสนใจซื้อจักรยานยนต์ในกลุ่มบิ๊กไบค์มากขึ้น รวมไปถึงกลุ่มสปอร์ต ก็จะกลับมาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอีกครั้ง"